เขื่อนโครงสร้างแข็ง "ยาผิดขนาน" ของหน่วยงานรัฐ:กรณีปัญหาการกัดเซาะ "หาดบางมะขาม" เกาะสมุย
เป็นที่เข้าใจกันทั่วไปว่า ด้วยบทบาทหน้าที่ของระบบราชการส่วนกลาง ที่มีทั้งงบประมาณและอำนาจสั่งการ ทำให้มีโครงการพัฒนาและแก้ไขปัญหาจำนวนมากของรัฐ เกิดความสูญเปล่า ไม่คุ้มค่าและบ่อยครั้งยังเป็นตัวสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก เช่นเดียวกับการนำเอาโครงการและงบประมาณในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในภาคใต้ มาลงที่หาดบางมะขาม อำเภอเกาะสมุย โดยไม่ได้ให้ความสำคัญในการศึกษาสภาพพื้นที่ ขาดการมีส่วนร่วมของชุมชนในการตัดสินใจโครงการตั้งแต่ต้น ดังได้โพสต์แสดงความเห็นไปบ้างแล้วในเรื่องหน่วยราชการอ้างเหตุ ชายหาดเสื่อมโทรงเพราะปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง จึงพยายามเสนอโครงการเขื่อนโครงสร้างแข็งเพื่อแก้ไขปัญหาชายหาดเสื่อมโทรมของหาดบางมะขามทั้งๆที่ในความเป็นจริง สภาพชายหาด ยังมีความสมบูรณ์อยู่ และมีปัญหาการกัดเซาะบ้างเพียงเล็กน้อย ไม่ควรเป็นเหตุผลเพื่อนำงบประมาณจำนวนมากมาใช้ ซึ่งนอกจากจะไม่แก้ปัญหา(เพราะปัญหาไม่มี)แล้วยังจะเป็นสาเหตุให้เกิดการสูญเสียชายหาดธรรมชาติ และยังทำให้เกิดปัญหากัดเซาะในบริเวณใกล้เคียง ภายหลังการสร้างเขื่อนโครงสร้างแข็งดังตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วในหลายๆพื้นที่ทั่วประเทศ
หากการกัดเซาะจากคลื่นไม่ใช่สาเหตุที่ทำความเสื่อมโทรมของชายหาดแล้ว อะไรคือสาเหตุสำคัญที่กำลังทำลายคุณค่าของหาดบางมะขามและหาดต่างๆในเกาะสมุยลง เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าจากการพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยวของเกาะสมุยได้นำมาซึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม โดยเฉพาะปัญหาเรื่องขยะและน้ำเสีย เช่นเดียวกับหาดบางมะขามที่ในอดีตเคยมีน้ำทะเลใสบริสุทธิ์ มีชายหาดขาวสะอาดปัจจุบันชายหาดเต็มไปตะกอนของเสีย ขยะพลาสติก ขวดแก้ว ขยะภาชนะบรรจุเครื่องดื่มและอาหาร เสื้อผ้าเก่า ทางจากทางมะพร้าว เศษอวนและอุปกรณ์ประมงเป็นต้น แน่นอนว่าที่มาของขยะเหล่านี้เกิดมาจากการทิ้งหรือกำจัดขยะอย่าขาดความรับผิดชอบของชุมชนต่างๆทั้งในเกาะเองและที่น้ำทะเลพัดพามาจากชุมชนฝั่งแผ่นดินใหญ่
แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าขยะและตะกอนของจำนวนมาก มีต้นทางมาจากท่อน้ำทิ้งของชุมชนต่างๆรอบๆเกาะที่มักระบายลงสู่คลองที่ไหลลงสู่ทะเลโดยมิได้มีการบำบัด เพราะระบบบำบัดน้ำเสียมีเพียง 3 ชุมชนใหญ่คือเฉวง ละไมและหน้าทอน ประกอบกับระบบท่อรวมน้ำเสียและตัวบ่อบำบัดเองก็ทำงานได้เพียงบางส่วนหรือชำรุดจนไม่สามารถทำงานได้ กรณีของชุมชนหน้าทอนระบบบำบัดน้ำเสียชำรุดจนไม่สามารถเดินระบบมาเป็นเวลาสองสามปีแล้ว ทำให้ในเวลาที่มีฝนตก ขยะและน้ำเสียจากตลาดและร้านค้าในชุมชนหน้าทอน. ที่สะสมอยู่ในท่อระบายน้ำจะถูกชะล้างไหลลงสู่ทะเล ทำให้ขยะกระจัดกระจายอยู่บริเวณชายหาดหน้าทอนและหาดบางมะขามที่อยู่ติดกัน
การแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของชายหาดต่างๆที่เกิดจากขยะและน้ำเสียที่ไหลลงสู่ทะเล แม้เทศบาลคือผู้รับผิดชอบ แต่ก็ไม่อาจจะผลักภาระและความรับผิดชอบทั้งหมดให้กับเทศบาลด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ เเละกำลังคน ในขณะที่มีผู้ก่อปัญหาอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งชาวบ้านผู้อยู่อาศัยร้านค้าผู้ประกอบการ ต่างขาดจิตสำนึกในการทิ้งขยะไม่เลือกที่และปล่อยน้ำเสียที่ยังไม่บำบัดลงคูข้างถนน ปัญหาความเสื่อมโทรมของชายหาดจะเบาบางลงได้ถ้าชุมชนมีจิตสำนึกต่อส่วนรวม รวมทั้งเทศบาลเองต้องทำงานเชิงรุกมากกว่าที่เป็นอยู่ ต้องใช้กฎหมายและอำนาจที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนจริงๆ ต้องแสวงหาความร่วมมือจากชุมชนในการเป็น "ผู้นำ" สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของชายหาดและน้ำทะเล หากทำอย่างนี้ได้อย่างนี้เชื่อได้ว่านอกจากจะสามารถฟื้นฟูหาดทรายของเกาะสมุยให้กลับมางดงามอย่างเคยแล้ว ยังจะเป็นการปิดช่องว่างไม่ให้ใครๆ มาแอบอ้างเอา "ยาผิดขนาน" มาอวดอ้างสรรพคุณหลอกขายให้เรา "หลงทาง" อย่างที่แล้วๆมา
ชวนอ่าน + ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่
FB.อานนท์ วาทยานนท์ (Click Here)
...
Relate topics
- พัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร : พัฒนาศักยภาพผู้นำเพื่อร่วมพัฒนาประเทศ
- อยากถามคะ โรงพยาบาลในเกาะสมุยที่ไหนรับตรวจ DNA บ้างคะ
- เกาะสมุยกับ “การท่องเที่ยวสีเขียว”
- โรงพิมพ์สมุยอักษร รับรางวัล “เหรียญเงิน” จากการประกวดสิ่งพิมพ์แห่งชาติ ครั้งที่ 9
- จากวันรวมพลังคนสมุยจับมือต้านแท่นขุดเจาะสู่การรวมพลังคนไทยจับมือปฏิรูปพลังงาน

แจ้งลบหัวข้อ
