หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

เก็บเรื่องมาฝาก

ท่องเที่ยวไฮซีซั่นกระทบครึ่งปีหลังทรุด เหตุรัฐ-พธม.ตีกัน

by NathonCity @September,05 2008 23.27 ( IP : 118...237 ) | Tags : เก็บเรื่องมาฝาก , ท่องเที่ยว

จาก มติชนออนไลน์
วันที่ 05 กันยายน พ.ศ. 255

 


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สำรวจการท่องเที่ยวในรอบปี 2551 พบว่า  การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน ส่อเค้าทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับในช่วงปลายเดือนสิงหาคมต่อเนื่องมาในเดือนกันยายน โดยมีการปิดสนามบินภูเก็ต กระบี่ และหาดใหญ่ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และจากเหตุการณ์ความรุนแรงส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รัฐบาลจึงได้ประกาศใช้พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่การชุมนุมของพันธมิตรฯก็มีแนวโน้มขยายวงกว้างและรุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้รัฐบาลของหลายประเทศได้ประกาศเตือนประชาชนของตนเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวในไทย ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยในช่วงที่เหลือของปี 2551


โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวของตลาดท่องเที่ยวระยะไกลในยุโรปที่นิยมเดินทางหลบอากาศที่หนาวเย็นมาพำนักตามแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในภูมิภาคเอเชีย โดยมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในปลายทางท่องเที่ยวสำคัญ ทำให้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทยสูงกว่าทุกไตรมาส


ทั้งนี้ ท่องเที่ยวครึ่งแรกปี 51 : ต่างชาติเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 แม้ว่าการท่องเที่ยวไทยจะต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญหลายประการที่ล้วนบั่นทอนการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ท่ามกลางภาวะการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นจากบรรดาคู่แข่งรายสำคัญในภูมิภาคเอเชีย อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ มาเก๊า และฮ่องกง ที่ต่างมีโครงการลงทุนด้านการท่องเที่ยวขนาดใหญ่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งได้ดำเนินการมาหลายปีแล้ว


รวมทั้งเวียดนามและประเทศเพื่อนบ้านในอินโดจีนที่เพิ่งเปิดประเทศมาได้ไม่นาน จึงมีความใหม่ของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่ยังมีปัญหาภายในประเทศที่กระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวไทย ได้แก่ เหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย และสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่มีเสถียรภาพ


อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวไทยมีปัจจัยสำคัญหลายประการที่ช่วยเกื้อหนุน โดยเฉพาะความได้เปรียบด้านทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย และความพร้อมในบริการรองรับนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล ประกอบกับการขยายเส้นทางบินของสายการบินต่างๆ ทั้งเที่ยวบินประจำและเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากตลาดท่องเที่ยวสำคัญของไทยในภูมิภาคต่างๆ เข้ามายังเมืองท่องเที่ยวหลักของไทยมากขึ้น หลังจากที่ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยกลับคืนมาในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ


โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เมื่อผ่านพ้นเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯช่วงส่งท้ายปีเก่า 2549 มาได้กว่า 1 ปี รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกลในภูมิภาคยุโรป ที่หวนกลับมาเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลฝั่งอันดามันกันอย่างคึกคัก และเชนบริหารโรงแรมชั้นนำระดับโลกจากต่างประเทศต่างขยายเครือข่ายเข้ามาในประเทศไทย ทั้งในรูปของการรับจ้างบริหารและการลงทุนเอง ซึ่งส่งผลดีต่อการขยายตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยให้กว้างขวางยิ่งขึ้น


ปัจจัยดังกล่าวผนวกเข้ากับการที่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศในช่วงต้นปี ส่งผลให้การสนับสนุนการท่องเที่ยวในด้านงบประมาณจากภาครัฐมีความคล่องตัวมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ปัจจัยเกื้อหนุนสำคัญดังกล่าวส่งผลให้ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยขยายตัวในอัตราสูงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2550 ต่อเนื่องมาในช่วงไตรมาสแรกของปี 2551


เมื่อพิจารณาจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ที่มีสัดส่วนประมาณกว่าร้อยละ 70 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย พบว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2551 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามายังประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิรวมทั้งสิ้น 3.1 ล้านคนเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.7 จากปี 2550 ช่วงเดียวกัน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.5 ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2551 โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 2.5 ล้านคน ส่งผลให้โดยรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2551 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามายังประเทศไทยโดยผ่านท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิรวมทั้งสิ้น 5.6 ล้านคนเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.4 จากปี 2550 ช่วงเดียวกัน


บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด จึงคาดการณ์ว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2551 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามายังประเทศไทยรวมทั้งสิ้นประมาณ 4.25 ล้านคนเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากปี 2550 ช่วงเดียวกัน ขณะที่ในช่วงไตรมาสที่ 2 ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มชะลอการขยายตัวลงเล็กน้อย โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามายังประเทศไทยประมาณ 3.4 ล้านคนเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากปี 2550 ช่วงเดียวกัน เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอนและมีการชุมนุมของกลุ่มต่างๆทั้งในกรุงเทพฯและหลายพื้นที่ในต่างจังหวัดช่วงปลายไตรมาส


จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้คาดว่า โดยรวมแล้วในช่วงครึ่งแรกของปี 2551 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามายังประเทศไทยรวมทั้งสิ้นประมาณ 7.65 ล้านคนเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เทียบกับปี 2550 ช่วงเดียวกันที่มีจำนวน 6.95 ล้านคนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3


เหตุการณ์รุนแรงจากการชุมนุม....กระทบท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง 


จากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯที่ยืดเยื้อมาหลายเดือนเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นในวันที่ 26 สิงหาคม 2551 และขยายวงกว้างไปในกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ จนถึงขั้นการหยุดเดินรถไฟในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ นอกจากนี้ ยังมีการบุกปิดท่าอากาศยานภูเก็ต กระบี่ และหาดใหญ่ ในช่วงระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2551 ซึ่งแม้จะเพียงในช่วงไม่กี่วันก็ตาม แต่ก็กระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ


ขณะที่การชุมนุมของพันธมิตรตามพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศและในกรุงเทพฯยังคงดำเนินต่อไป โดยมีการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านกลุ่มพันธมิตรฯกระจายไปในพื้นที่ต่างๆที่มีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ และได้เกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมทั้ง 2 กลุ่ม ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รัฐบาลจึงได้ประกาศพระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพฯในวันที่ 2 กันยายน 2551 แต่กลุ่มพันธมิตรฯก็ยังยืนหยัดชุมนุมต่อไปและมีแนวโน้มขยายวงกว้างขวางกระจายไปในพื้นที่ตามต่างจังหวัด รวมทั้งภูเก็ต กระบี่ และหาดใหญ่ ซึ่งเป็นมืองท่องเที่ยวสำคัญในภาคใต้


ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลของหลายประเทศได้ออกประกาศเตือนประชาชนของตนที่พำนักอยู่ในประเทศไทย และที่จะเดินทางมายังประเทศไทยให้ระมัดระวังด้านความปลอดภัย โดยหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการชุมนุมของทั้ง 2 กลุ่ม จึงมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนไม่น้อยเลื่อนการเดินทางมายังประเทศไทยในช่วงนี้ออกไปก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์ให้มีความมั่นใจด้านความปลอดภัย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมาเที่ยวกันเอง และมีนักท่องเที่ยวบางส่วน


ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย และนิยมซื้อรายการนำเที่ยวเดินทางมากับบริษัทนำเที่ยวในลักษณะกรุ๊ปทัวร์ รวมทั้งการประชุมนานาชาติที่เข้ามาจัดในประเทศไทย ต่างยกเลิกการเดินทางหรือเปลี่ยนแผนการเดินทางไปยังประเทศอื่นแทน


ผลกระทบในช่วงไตรมาสที่ 3 : คาดสูญเสียรายได้ท่องเที่ยว 15,000 ล้านบาท


จากเหตุการณ์ความรุนแรงของการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯและกลุ่มต่อต้านพันธมิตรฯตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2551 เป็นต้นมา คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2551 ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาลดลงจากที่ประมาณการไว้ก่อนหน้าเกิดเหตุการณ์


โดยในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่เหตุการณ์ชุมนุมเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาลดลงประมาณ 6 หมื่นคน (หรือลดลงร้อยละ 30 จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 2 แสนคนที่คาดว่าจะเดินทางเข้ามาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม) ส่งผลให้โดยรวมตลอดเดือนสิงหาคมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาลดลงร้อยละ 5 จากนักท่องเที่ยวจำนวน 1.28 ล้านคนที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าเกิดเหตุการณ์


สำหรับในเดือนกันยายน ซึ่งสถานการณ์การชุมนุมยังมีแนวโน้มขยายวงและทวีความรุนแรงขึ้นหลังประกาศพระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพฯ มีแนวโน้มส่งผลกระทบค่อนข้างมากต่อตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยมีแนวโน้มเลื่อนการเดินทางออกไป เพื่อรอดูสถานการณ์ให้เกิดความมั่นใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเสียก่อน โดยบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาลดลงประมาณกว่าร้อยละ 30 หรือคิดเป็นจำนวนประมาณ 3.6 แสนคนจากจำนวน 1.1 ล้านคนที่คาดการณ์ไว้ก่อนเกิดเหตุการณ์


จากแนวโน้มดังกล่าวจึงคาดว่าในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2551จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามายังประเทศไทยลดลงประมาณกว่าร้อยละ 10 (หรือประมาณ 4.2 แสนคน) จากจำนวนนักท่องเที่ยว 3.6 ล้านคนที่คาดการณ์ไว้ก่อนเกิดเหตุการณ์ ก่อให้เกิดการสูญเสียรายได้ด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็นมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท


ผลกระทบในช่วงไตรมาสสุดท้าย : คาดการณ์ใน 2 กรณี


- กรณีเหตุการณ์คลี่คลายลงก่อนไตรมาสสุดท้าย : คาดสูญเสียรายได้ท่องเที่ยว 20,000 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 นั้นคาดว่า หากสถานการณ์ความไม่สงบของผู้ชุมนุมในหลายพื้นที่คลี่คลายสู่ภาวะปกติได้ภายในเดือนกันยายน จะมีผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 ไม่รุนแรงเท่าใดนัก โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมมือในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลความสงบภายในประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยให้กับบรรดาเอเยนต์ทัวร์และนักท่องเที่ยวต่างชาติ กรณีนี้คาดว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 จะมีแนวโน้มที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าลดลงราวร้อยละ 10 (หรือคิดเป็นจำนวนประมาณ 5 แสนคน) จากจำนวน 4.4 ล้านคนที่คาดการณ์ไว้ก่อนเกิดเหตุการณ์ ก่อให้เกิดการสูญเสียรายได้ด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็นมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท


-กรณีเหตุการณ์ยืดเยื้อมาในช่วงไตรมาสสุดท้าย : คาดสูญเสียรายได้ท่องเที่ยว 55,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมยังยืดเยื้อมาในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบค่อนข้างรุนแรงต่อตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาลดลงประมาณร้อยละ 30 (หรือคิดเป็นจำนวนประมาณ 1.35 ล้านคน) จากจำนวน 4.4 ล้านคนที่คาดการณ์ไว้ก่อนเกิดเหตุการณ์ ก่อให้เกิดการสูญเสียรายได้ด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็นมูลค่าประมาณ 55,000 ล้านบาท


ในกรณีที่เหตุการณ์ยืดเยื้อมาในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 นั้น นอกจากจะส่งผลกระทบทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาลดลงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 แล้ว ยังมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปในปี 2552 เพราะคาดว่าจะต้องใช้เวลาพอสมควรที่จะเรียกความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยให้กลับคืนมาในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ


บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด จึงคาดการณ์ว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2551 ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมของกลุ่มต่างๆในกรุงเทพฯและขยายวงกว้างไปตามต่างจังหวัด โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวสำคัญในภาคใต้ ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาลดลงประมาณกว่าร้อยละ 10-20 จากที่คาดการณ์ไว้เดิมที่จำนวน 8.0 ล้านคน ทำให้สูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็นมูลค่าประมาณ 35,000-70,000 ล้านบาท


การท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2551 ต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายประการ โดยเฉพาะเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ และมีแนวโน้มที่ประเทศไทยจะสูญเสียรายได้ด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็นมูลค่าประมาณ 35,000 ล้านบาทในกรณีที่เหตุการณ์ความไม่สงบจากกลุ่มผู้ชุมนุมคลี่คลายลงได้ในช่วงเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เหตุการณ์ความไม่สงบยืดเยื้อมาในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 คาดว่ารายได้ด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ประเทศไทยมีแนวโน้มจะสูญเสียไปมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 70,000 ล้านบาท


เม็ดเงินเหล่านี้ คือ รายได้ที่คาดว่าบรรดาธุรกิจด้านการท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย มีแนวโน้มจะสูญเสียไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2551 เม็ดเงินส่วนใหญ่ คือ ประมาณร้อยละ 28 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 10,000-20,000 ล้านบาทเป็นรายได้ที่คาดว่าธุรกิจด้านที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ โรงแรม และรีสอร์ตจะสูญเสียไป รองลงมา คือ ร้อยละ 26 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 9,000-18,000 ล้านบาทเป็นรายได้ที่คาดว่าธุรกิจร้านจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกนักท่องเที่ยว  รวมทั้งอัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าหัตถกรรมไทย และสินค้าพื้นเมืองต่างๆจะสูญเสียไป


ที่เหลืออีกประมาณ 16,000-32,000 ล้านบาทเป็นรายได้ที่คาดว่าธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหารประเภทต่างๆ ธุรกิจประเภทสถานบันเทิง กีฬา และสปา ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ตลอดจนธุรกิจบริการด้านการขนส่ง จะสูญสียไป อันเป็นผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่างๆในประเทศไทยที่มีต่อตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นแหล่งที่นำรายได้เข้าประเทศคิดเป็นมูลค่าประมาณปีละ 600,000 ล้านบาท


ที่มา www.matichon.co.th

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

เงื่อนไขในการใช้บริการ

เว็บไซท์เปิดให้ทุกท่านตั้งหัวข้อกระทู้ เพื่อสอบถามความคิดเห็น จากเพื่อนสมาชิกท่านอื่นมีเงื่อนไข คือ
  1. เว็บบอร์ดมีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้งาน มีระบบบันทึกไอพี ซึ่งสามารถสืบค้นไปยังผู้เขียนข้อความได้ กรุณาระมัดระวังในการเขียนข้อความซึ่งอาจก่อผลร้ายต่อตนเองและผู้อื่น
  2. กระทู้ที่สมาชิกตั้งหรือข้อความที่ท่านแสดงความคิดเห็น จะแสดงผลทันทีหลังการโพสต์ เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็น ข้อความที่โพสต์อาจจะไม่ขึ้นโดยอัตโนมัติ ( สมัครสมาชิกคลิกที่นี่ )
  3. ขอสมาชิกให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่นและตนเองในการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  4. ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ หรือ สิ่งอื่นใดที่เขียนหรือนำเข้าโดยสมาชิกแต่ละท่าน เป็นการแสดงความคิดเห็นของท่านเหล่านั้น ไม่ใช่มุมมองและความคิดเห็นของเว็บนี้ ทางเว็บไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ กรุณาใช้วิจารณญาณและดุลยพินิจ
  5. หากเนื้อหา หรือ ข้อความใดๆ ที่ท่านคิดว่าไม่เหมาะสม ท่านสามารถแจ้งลบได้ ทางทีมงานจะพิจารณาเพื่อลบข้อความเหล่านั้น ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทางเว็บขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยตรวจสอบดูแล
  6. ผู้ดูแลเว็บไซท์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความหายต่อบุคคลอื่น พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบ

เนื่องจากความคิดเห็นที่แสดงด้านบนถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากผู้อ่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เจ้าของเว็บไซท์ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หากข้อความในกระทู้ พาดพิงบุคคลอื่นในทางเสียหาย และหากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้งทีมงานโดยด่วน เพื่อดำเนินการต่อไป

Post new comment

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Hyperlink Text Color :)
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

Main menu

ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมกับเว็บ NathonCity ด้วยการส่งบทความ หรือภาพถ่าย มาร่วมเผยแพร่ในเว็บไซท์นี้

พยากรณ์อากาศเกาะสมุย