หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

ข่าวเอ็นซีที

เสาไฟสูง 22 เมตร ปักยาว 36 กิโล จากพังกาไปแม่น้ำ, คิดอย่างไร เทศบาลเชิญแสดงความเห็น

by NathonCity @January,29 2008 15.33 ( IP : 222...86 ) | Tags : ข่าวเอ็นซีที , ไฟฟ้า

เอ็นซีที - 29 มกราคม 2551 : การไฟฟ้าแจ้ง จำเป็นต้องปักเสาไฟขนาดความสูง 22 เมตร เป็นระยะทาง 36 กิโลเมตร จากบ้านพังกา ไป แม่น้ำ  ซึ่ง นอกจากขัดกฎหมายยังมีผลกระทบหลายด้าน เทศบาลจึงจัดเวทีรับฟังคำชี้แจงจาก กฟภ. และ ให้ทุกฝ่ายได้แสดงความเห็น


เทศบาลตำบลเกาะสมุยมีหนังสือ ที่ สฎ 52504 / 220 ลงวันที่ 21 มกราคม 2551 เรื่องขอเชิญประชุมรับฟังการชี้แจงและแสดงความคิดเห็นการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าเกาะสมุย แห่งที่ 2


โดยประเด็นที่เป็นปัญหาของโครงการนี้ คือ การปักเสาไฟฟ้า ขนาดความสูง 22 เมตร จากสถานีบ้านพังกา ไปทางบ้านหัวถนน บ้านละไม บ้านเฉวง จนถึงบ้านแม่น้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งสถานีไฟฟ้าเกาะสมุยแห่งที่ 2 ระยะทางรวม 36 กิโลเมตร


ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนอกจากจะติดขัดกฎหมายหลายฉบับแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อเกาะสมุยในหลายด้าน เทศบาลตำบลเกาะสมุยจึงได้จัดการประชุมครั้งนี้ขึ้น เพื่อรับฟังความเห็น ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมได้ในวันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลเกาะสมุย

Comment #1
Posted @January,29 2008 19.57 ip : 124...18

น่าสนใจ เหมือนกันครับ ในหัวตอนนี้ ยังไม่ทราบเรื่อง กฏหมาย หรือผลกระทบด้านลบ ต่อส่วนรวมซักเท่าไหร่ แต่ ด้านดี พอมองเห็นแล้ว ว่าไฟฟ้ารอบเกาะน่าจะไม่ตก บ่อยๆ และยังไม่ปิดไฟถนน ตามทางโค้งให้เกิดความหวาดเสียวเล่น

สำหรับผม ยังคิดได้เท่านี้ ถ้าให้ดี ช่วยนำผลสรุป คร่าวๆมาลงด้วยนะครับ จะ รอติดตาม อ่านครับ

Comment #2
Posted @January,30 2008 10.32 ip : 125...89

ที่ สท.กส.จ.84/152

5  มกราคม  2551

เรื่อง สรุปผลเรื่องการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขอแก้กฎกระทรวงผังเมืองรวมชุมชนเพื่อปักเสาไฟฟ้าความสูง 22 เมตร จาก พังกา - แม่น้ำ เรียน สมาชิกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย

ตามที่ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เชิญนายกสมาคมฯ ในฐานะคณะกรรมการที่ปรึกษาผังเมืองรวมชุมชนเกาะสมุย เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ความเห็นกรณีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ต้องการเพิ่มวงจรไฟฟ้า โดยการวางสายระบบ 115 KV จากพังกา ไปยังสถานีจ่ายไฟฟ้าที่ ต.แม่น้ำ ทั้งนี้ทางการไฟฟ้าได้ให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องใช้เสาสูง 22 เมตร เนื่องจากเป็นสายแรงสูง 115 KV และเกาะสมุยมีความต้องการใช้ไฟมาก หากไม่เตรียมการไว้ในอีก 2 ปี อาจเกิดปัญหาได้
อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ได้ให้ความเห็นแย้งว่า การใช้เสาสูง 22 เมตร จะทำลายทัศนียภาพของตัวเมือง และด้านการท่องเที่ยวของเกาะสมุยโดยรวม  อีกทั้งยังไม่ปลอดภัย เมื่อเดินเสาสูงมากผ่านชุมชนหลายชุมชน  เช่น หัวถนน  ละไม   เฉวง (เส้นนอก)  บ่อผุด  แม่น้ำ  ซึ่งเป็นชุมชนที่ประชาชนอาศัยอยู่มาก  ถนนแคบ การจราจรหนาแน่น  และได้เสนอแนะแนวทางให้การไฟฟ้าเปลี่ยนวิธีการเดินสาย เป็นฝังลงดิน หรือ ใช้เสาดิน หรือ เดินเคเบิลใต้น้ำมาโผล่ด้านแม่น้ำแทนที่จะโผล่ที่พังกาเช่นปัจจุบัน
ผลสรุปจากการร่วมประชุม 2 ครั้ง  คณะที่ปรึกษาจากหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งตัวแทนของเทศบาลตำบลเกาะสมุย  หอการค้าจังหวัด  ส่วนใหญ่แล้ว  ก็เห็นชอบกับข้อคัดค้านของสมาคมฯ  ทำให้รองผู้ว่าราชการจังหวัด (รองบุญส่ง  เตชะมณีสถิตย์)  ประธานในที่ประชุมทั้ง  2  ครั้ง  สรุปไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างเสาไฟฟ้าสูง  22  เมตร ซึ่งความสูงเกิน 12 เมตร  ตาม พรบ.การควบคุมอาคาร พ.ศ.2522  และไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎกระทรวงผังเมืองรวมชุมชนเกาะสมุย เพื่อวางเสาสูงดังกล่าว ในพื้นที่ระยะทาง  36.3  กม.  จากสถานีไฟฟ้าบ้านพังกา ไปสถานีบ้านแม่น้ำ  ให้ทางการไฟฟ้าหาวิธีแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป  รวมทั้งเร่งรัดให้ทันกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของชุมชนด้วย
สมาคมฯ  จึงขอเรียนผลการประชุมมายังเพื่อนสมาชิกทราบโดยทั่วกัน


  ขอแสดงความนับถือ
  (นายเสนีย์  ภูวเศรษฐาวร)                                                                 นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย

Comment #3
Posted @January,30 2008 11.35 ip : 222...39

หน่วยงานรัฐนะตัวดี ทีออกกฎให้คนอื่นปฏิบัติตาม ทำได้ แต่พอตัวเองกลับจะอ้างโน้นอ้างนี่ แหกกฏซะเอง แล้วจะออกมาทำไมกฏหมาย ทั้งๆที่ตัวเองมีทรัพยากร มีเงินทุน มากกว่าชาวบ้านทั่วไป

อีกอย่าง ไฟฟ้า ก็เป็นหน่วยงานธุรกิจ อีกหน่อยจะแปรรูป ต้นทุนตรงนี้ก็ต้องรับไปดิ  จะอ้างว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ ทำเพื่อส่วนรวมก็ฟังไม่ขึ้นหรอก ดูบริการก็ไม่เห็นจะพัฒนา ประสิทธิภาพมีไม่มีไม่รู้ เพราะมีค่าเอฟทีเอาไว้คิดกะชาวบ้าน


สนับสนุนสมาคมท่องเที่ยว เทศบาลก็อย่ายอม
แล้วไม่ต้องจับเกาะสมุยเป็นตัวประกัน ว่าถ้าไม่ขยายไฟจะไม่พอ โทษตัวเองนั่นแหละไม่วางแผนให้ดี

Comment #4
Posted @January,30 2008 13.01 ip : 222...234

ยี่สิบสองเมตร อ่านแล้วก็หวาดเสียวน่ะค่ะ ตอนนี้น่ะกี่เมตรค่ะเสาเดิมสาวหมุยว่าแต่ละโครงการที่ได้เสนออยู่ที่ชาวบ้านด้วยน่ะค่ะ บางครั้งมาลงในเวปอย่างเดียวชาวบ้านที่เขาไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้ล่ะค่ะเขาจะเสนอความคิดเห็นอย่างไร หากทำแล้วทำให้สมุยน่าอยู่ปลอดภัยก็หาทางออกอื่นดีเหมือนกันค่ะเพราะว่าพังกามาที่แม่น้ำสมมติ ต้องการสร้างจริงๆครึ่งเกาะจะเห็นแต่เสา ทุกวันนี้ก็เห็นสายดำๆพันกันมั่วไปหมด ท่านเคยผ่านไปทางสายสนามบินทางออกทะลุเฉวง -หาดเชิงมนไม่ค่ะ สายดำๆตกมาอยู่ใกล้ดินเต็มทีแล้ว สาวหมุยว่าก่อนจะทำเสาไฟฟ้า ไหม่แก้ไขของเก่าให้ดีก่อนดีกว่าได้ไม่ค่ะ เพราะสาวหมุยพาแขกต่างชาติเที่ยวรอบเกาะพอรับแขกจากสนามบินทีไรผ่านเส้นทางนี้ก็รู้สึกว่าต้องตอบแบบ โกหกว่านั้นช่างกำลังทำงานค่ะ อยากทราบจังค่ะว่าสายดำๆนั้นเป็นสายอะไรบ้างค่ะ แต่ความจริงแล้วสายไฟ สายดำพันกันมั่วไปหมดเกือบรอบเกาะแล้วจริงๆน่ะ ( อย่าโกรธสาวหมุยอีกน่ะเดี๋ยวว่ามายุ่งไรด้วย แบบว่าอยากให้สมุยสวยมากกว่าคนน่ะค่ะ)

Comment #5
Posted @January,30 2008 22.37 ip : 125...186

แค่นี้ยังไม่พออีกหรือ รกไปหมดทั้งสายไฟสายโทรศัพท์

Comment #6
Posted @February,01 2008 09.32 ip : 222...41

"กฟน."ทุ่มหมื่นล้านวางสายไฟลงดิน โครงการใหม่ถนน7สายรอบกรุงเทพฯ


ประชาชาติธุรกิจ: วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2550




การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ดัน 7 โครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าลงใต้ดินตาม แผนขยายระบบจำหน่ายพลังงานฉบับที่ 10 ไล่มาตั้งแต่ถนนปทุมวัน-จิตรลดา-พญาไท-พระรามที่ 3-รัชดา ภิเษก/อโศก-พระรามที่ 9 ไปถึงถนนสาทร-ลุมพินี ใช้เงินลงทุน 11,923 ล้านบาท ส่วนหนึ่งต้องหั่นกำไรลงเงินเอง 2,000 ล้านบาท ที่เหลือกู้เงินจากทั้งในและต่างประเทศ

นายอังกูร มนธาตุผลิน รองผู้ว่าการวิชาการและแผนงาน การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟอากาศ (การวางสายไฟฟ้าบนเสาไฟฟ้า) มาเป็นสายไฟใต้ ดินของ กฟน.ว่า ตามแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าฉบับที่ 10 (2551-2554) กฟน.จะมีการลงทุนในโครงการเปลี่ยนระบบสายอากาศ คิดเป็นมูลค่า 11,923.13 ล้านบาท ใน 7 โครงการหลัก ได้แก่

1)โครงการปทุมวัน-จิตรลดา และพญาไท เพิ่มเติมระยะทาง 6 กิโลเมตร 2)โครงการพระรามที่ 3 ระยะทาง 10.9 กิโลเมตร 3)โครงการนนทรี ระยะทาง 8.3 กิโลเมตร 4)โครงการรัชดาภิเษก-อโศก ระยะทาง 10.1 กิโลเมตร 5)โครงการรัชดาภิเษก-พระรามที่ 9 ระยะทาง 10 กิโลเมตร 6)โครงการสาทร ระยะทาง 3.90 กิโลเมตร และ 7)โครงการลุมพินี รวมระยะทาง 53.9 กิโลเมตร

การวางสายไฟฟ้าใต้ดินเมื่อเทียบกับการวางบนเสาไฟฟ้า จะมีต้นทุนสูงกว่า 20-30 เท่า แต่เนื่องจากภาครัฐมีนโยบายที่จะปรับปรุงทัศนียภาพรอบเขตกรุงเทพมหานครให้ดีขึ้น รวมถึงลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุให้ได้ผลดีที่สุด ดังนั้นเงินลงทุนในโครงการวางสายไฟฟ้าใต้ดินส่วนหนึ่งประ มาณ 2,000 ล้านบาท กฟน.จะหักจากกำไรจากผลประกอบการของ กฟน.เอง

ส่วนที่เหลือจะมาจากเงินกู้ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้เมื่อประเมินผลตอบแทนของโครง การดังกล่าวแล้ว จะได้ถึงร้อยละ 5.90 ซึ่งยังไม่รวมการเพิ่มความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สิน อันเนื่องมาจากเสาไฟฟ้าล้มหรือสายไฟฟ้าขาด รวมถึงผลดีด้านการส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยวที่จะตามมาด้วย

"ระบบสายไฟใต้ดินนี้ไม่ได้ทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้น ในบางช่วงยังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนบางพื้นที่ เพราะเราต้องขุดถนนลงไปวางสายไฟใต้ดิน แต่โครงการใหม่ทั้ง 7 สายนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นพื้นที่อยู่ระหว่างการทำ/ปรับปรุงถนน และบางส่วนของโครงการเราก็วางสายไฟขนานไปกับแนวรถไฟฟ้าใต้ดินด้วย" นายอังกูรกล่าว

อย่างไรก็ตามโครงการวางสายไฟฟ้าใต้ดินทั้ง 7 โครงการ ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หากผ่านการพิจารณา ซึ่ง กฟน.ตั้งเป้าไว้ในปี 2551 ก็จะเริ่มเปิดดำเนินการคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษา เพื่อศึกษา-สำรวจ รวมถึงออกแบบรายละเอียด จัดทำเอกสารเงื่อนไขการประมูล หลังจากนั้นในช่วงปี 2552 จึงจะประกาศเปิดประมูลราคาว่าจ้างก่อสร้างงานและระบบสายใต้ดิน ปี 2553 จะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง และทั้ง 7 โครงการน่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2556

ทั้งนี้การลงทุนในโครงการต่างๆ ของการไฟฟ้านครหลวง "อาจจะ" มีการยืดระยะเวลาการลงทุนในแต่ละโครงการออกไปตามความเหมาะสมของสถานการณ์ก็ได้ เนื่องจากแต่ละโครงการมีการลงทุนในแต่ละปีค่อนข้างสูงจึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดทำงบประมาณในแต่ละปีให้มีความสมดุลโดยไม่กระทบภาพรวมโครงการแต่อย่างใด

"แผนลงทุนยังสามารถปรับปรุงได้ทุกปี แต่ตลอดทั้งแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าฉบับที่ 10 (2551-2554) การไฟฟ้านครหลวงจะมีการลงทุนรวมทั้งสิ้น 27,698.82 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นเงินกู้จากต่างประเทศประมาณ 8,537.42 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 30.82 และเป็นเงินกู้ในประเทศอีก 19,161.40 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 69.18" นายอังกูรกล่าว

Comment #7
Posted @February,01 2008 09.32 ip : 222...41

“ปิยสวัสดิ์” เล็งนำสายส่งไฟฟ้า กทม.ลงใต้ดินทั้งหมด

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 กรกฎาคม 2550 18:49 น.




“ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์” เตรียมจัดทำแผนนำสายส่งไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครลงใต้ดินทั้งหมด เพื่อความสวยงาม และความปลอดภัย โดยคาดว่าต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 240,000 ล้านบาท


นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์


นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังบรรยายพิเศษเรื่อง “นโยบายและแผนพลังงานของประเทศไทย” ในงานสัมมนานโยบายพลังงานทางเลือกของภาคอุตสาหกรรม ว่า มีนโยบายที่จะให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ลงทุนนำสายไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานคร ลงใต้ดินทั้งหมด โดยจะจัดทำเป็นแผนระยะยาว 20-25 ปี เนื่องจากจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ประมาณ 240,000 ล้านบาท พร้อมกับจะต้องหามาตรการจูงใจให้ กฟน.มีการลงทุนด้วยการเพิ่มรายได้ให้ ซึ่งอาจจะต้องมีการปรับผลตอบแทนการลงทุน (ROIC) ของ 3 การไฟฟ้าใหม่ หรืออาจจะปรับเรื่องการชดเชยรายได้ ที่ กฟน.ต้องชดเชยให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยจะสรุปภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ต้องดำเนินโครงการนี้ เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นเมืองท่องเที่ยว จึงควรที่จะนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน และยังเป็นส่วนช่วยเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าด้วย

นอกจากนี้ ก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะหมดวาระการบริหารงาน มีเรื่องที่จะต้องเร่งกำหนดนโยบายหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องราคาพลังงาน ทั้งการพิจารณาปรับค่าผ่านท่อก๊าซธรรมชาติ และค่าผ่านท่อขนส่งน้ำมันที่ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนมานาน เพื่อจูงใจให้มีการขนส่งน้ำมันทางท่อมากขึ้น การจัดการเรื่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหลังใช้หนี้ที่ยังเหลืออยู่ 16,000 ล้านบาทหมด ซึ่งคาดว่า น่าจะหมดภายในสิ้นปีนี้ หรือต้นปีหน้า หากไม่มีใครสนใจที่จะนำไปใช้ในการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้า ก็จะนำมาปรับลดราคาน้ำมันให้กับประชาชน รวมไปถึงเรื่องการลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ที่จะทำให้เสร็จสิ้นในรัฐบาลชุดนี้เช่นกัน

“เรื่องกองทุนน้ำมันต้องตัดสินใจก่อนที่รัฐบาลจะหมดวาระ ซึ่งหากมีสัญญาณชัดเจนว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเลือกแนวทางลดราคาน้ำมัน ก็จะลดลงก่อนโดยไม่ต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ โดยจะดูได้จากการแถลงนโยบายของแต่ละพรรค ซึ่งหากลดราคาน้ำมันเบนซินลงได้กว่า 2 บาท/ลิตร ดีเซลลด 50 สตางค์/ลิตร เพราะคงจะมีการเก็บเงินเข้ากองทุนเหลือเพียง 1 บาท/ลิตรเท่านั้น จากขณะที่ขณะนี้เบนซิน 95 เก็บเข้ากองทุนน้ำมันสูงถึง 3.46 บาท/ลิตร เบนซิน 91 ที่ 3.26 บาท/ลิตร และดีเซล 1.50 บาท/ลิตร” นายปิยสวัสดิ์ กล่าว

Comment #8
Posted @February,01 2008 09.35 ip : 222...41

เร่งย้าย"สายไฟ"ลงใต้ดิน


อุดรธานี - นายอิทธิพล ตรีวัฒน์สุวรรณ รองนายกเทศมนตรี เทศบาลนครอุดรธานี กล่าวว่า เทศบาลร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ศึกษาย้ายสายไฟฟ้าลงใต้ดินในย่านการค้าสำคัญที่ถนนอุดรดุษฎี โดย กฟภ.เป็นผู้ลงทุนราว 20 ล้านบาท เทศบาลอุดหนุน 14 ล้านบาท


ภาพ/ข่าว : นสพ.ข่าวสด

http://www.udonthani.com/udnews/05524.html

Comment #9
Posted @February,01 2008 10.49 ip : 125...94

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551 มีประชุมเรื่องนี้อีกครั้ง ที่ห้องประชุมเทศบาล เชิญชวนเพื่อนคนรักสมุย ช่วยกันไปแสดงความคิดเห็นกัน เยอะๆ นะครับ คนสมุยต้องช่วยกันนะครับ

Comment #10
Posted @February,01 2008 11.30 ip : 222...80

เรื่องนี้ เทศบาลต้องเข้มแข็งมีจุดยืน เหมือนที่สมาคมท่องเที่ยวได้แสดงออกไปแล้ว

ไม่ใช่เรียกประชุม แล้วยกมือโหวตขอไปแก้กฏหมาย เราว่า ประชุมฟังเหตุผล ข้อชี้แจงจัดได้ก็ดีแล้ว  แต่คนเรียกประชุมต้องกล้าฟันธง ไม่ใช่เรียกประชุมเพื่อเอาเป็นยันต์กันตัวเอง

ถือเป็นบททดสอบเทศบาลก่อนหมดสมัย

ส่วนลงดินไม่ลงดินเป็นอีกเรื่อง ที่อื่นเขาวางโครงการระยะยาว แล้วก็ไปตามแผน ของเราทำตามใจฉันกันตลอด

Comment #11
Posted @February,09 2008 00.12 ip : 124...206

พอรู้เรื่อง ขึ้นมาก สรุปว่าเอา ระบบ แต่ วิธีการ ต้อง ตัดสินใจกันอีกที

NO COMMENT

ต่อครับ รอสรุปอีกรอบ

Comment #12
Posted @February,09 2008 22.47 ip : 124...36
Photo :  , 695x467 pixel 139,614 bytes

เพิ่งถ่ายมา ครับ

Main menu

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน
  • คนขี่เสือ - เรื่องราวของคนขี่เสือที่เกาะสมุย
  • Nathon Radio
  • สถานีวิทยุแห่งประเทศไทยสมุย FM 96.75 MHz
  • หน้าทอนคึกคัก - รวมความเคลื่อนไหว
  • ศูนย์สื่อสารโรงพยาบาลเกาะสมุย

ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมกับเว็บ NathonCity ด้วยการส่งบทความ หรือภาพถ่าย มาร่วมเผยแพร่ในเว็บไซท์นี้