จากสมาชิก
2551 : กำเนิดกลุ่มการเคลื่อนไหวทางเลือกที่สาม ?
vision, Politics Add comments โดย อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ : Siam Intelligence Unit
หมายเหตุ : ตอนแรกผู้เขียนตั้งใจจะใช้ชื่อบทความว่า กำเนิดพรรคการเมืองทางเลือกที่สาม แต่ตัดสินใจเปลี่ยนด้วยเหตุผลซึ่งจะกล่าวต่อไปในบทความ
คนไทยจำนวนมากคาดหวังว่าวิกฤตทางการเมืองซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ปลายปี 2548 และลากยาวมาถึงปัจจุบันจะสิ้นสุดลงได้ด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพาทหารกลับเข้ากรมกอง และนำประเทศเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้แก้ปัญหาด้านความขัดแย้งของคนในชาติเลย ในทางตรงข้ามกลับรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยซ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งระหว่างชนชั้นกลางและชนชั้นล่าง ซึ่งแสดงออกความต้องการที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงผ่านการสนับสนุนพรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่
(สาเหตุของปรากฏการณ์นี้ สุรศักดิ์ ธรรมโม ได้แสดงความเห็นไว้ในบทความ ประเทศไทยหลัง 23 ธันวาคม 255031ว่าเกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างสังคมพื้นฐาน การกระจายรายได้ที่เหลื่อมล้ำ ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ)
ผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาจึงแสดงให้เห็นว่า การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการเมืองเชิงภูมิภาค (คนใต้เลือกนายกชวน คนสุพรรณเลือกบรรหาร) มาเป็นการเมืองเชิงชนชั้น (คนชั้นกลางในเมืองเลือกประชาธิปัตย์ คนชั้นล่างในต่างจังหวัดสนับสนุนพลังประชาชน) ถึงแม้ว่าจะมีพรรคการเมืองอีกจำนวนหนึ่งที่ชนะการเลือกตั้งเฉพาะท้องถิ่น แต่ด้วยจำนวน ส.ส. ที่ไม่มากจนมีนัยยะสำคัญ แสดงให้เห็นว่าการเมืองเชิงภูมิภาคกำลังมีความสำคัญลดลงอย่างรวดเร็ว
คำถามที่ตามมาก็คือ คนไทยเองพอใจกับทางเลือกแบบใหม่เพียงแค่สองทางหรือไม่ ???
ความคิดเห็นเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่า คนไทยกำลังโหยหาทางออกการการเมืองทางเลือกใหม่เป็นอย่างยิ่ง ถ้าให้ประเมินอย่างคร่าวๆ พรรคการเมืองในอุดมคตินี้ต้องภาพลักษณ์สมัยใหม่ ดูซื่อสัตย์สุจริต (ซึ่งพลังประชาชนให้ไม่ได้) และทำงานตอบสนองความต้องการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ (ซึ่งประชาธิปัตย์ถูกโจมตีมาตลอดว่าไม่มี) พูดง่ายๆ ว่าตอบสนองความต้องการของทั้งชนชั้นกลางและชนชั้นล่างได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพรรคการเมืองชนิดนี้ไม่มีอยู่จริง (และด้วยกรอบเงื่อนไขทางการเมืองระบอบรัฐสภา เราก็อาจสรุปได้ว่าไม่มีทางเกิดขึ้นจริงในอนาคตเช่นกัน)
แต่ถึงแม้เราจะยอมตัดความเป็นอุดมคติออกไปจากพรรคการเมืองที่สามแล้ว พรรคการเมืองที่สามก็ยังไม่มีอยู่จริงเช่นเดิม (ในกรณีนี้เราไม่สนใจพรรคการเมืองขนาดเล็กอื่นๆ ซึ่งยังไม่สามารถก้าวข้ามการเมืองเชิงท้องถิ่นมาเป็นการเมืองเชิงอุดมการณ์หรือนโยบายได้) ซึ่งทำให้สุดท้ายแล้วคนกลุ่ม สองไม่เอา นี้ลงเอยด้วยการโนโหวต หรือไม่ก็ตัดสินใจให้คะแนนแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งด้วยเหตุผลเฉพาะบุคคลที่ต่างกันไป
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนสังเกตว่าตลอดปี 2550 นี้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองขนาดย่อมๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่น การชุมนุมต่อต้านเผด็จการทหารที่ท้องสนามหลวงในช่วงกลางปี, การเคลื่อนไหวล้มร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ช่วงเดือนตุลาคม จนมาถึงการเรียกร้องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติยุติการผ่านร่างกฎหมายในเดือนธันวาคม
จุดร่วมของการเคลื่อนไหวเหล่านี้คือมีขนาดไม่ใหญ่นัก ผู้เข้าร่วมมีทั้งชนชั้นกลางและชนชั้นล่างในเมือง คนส่วนใหญ่มีอุดมการณ์เฉพาะเรื่องร่วมกัน และมักนำโดยนักวิชาการนอกกระแส (ซึ่งโจมตีปัญญาชนสาธารณะที่เห็นด้วยกับรัฐประหาร) หรือไม่ก็เป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคมหน้าใหม่ ที่ ตื่นตัวทางการเมือง หลังรัฐประหาร 19 กันยา
จุดที่น่าสนใจคือการเคลื่อนไหวเหล่านี้ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง (มีประสิทธิภาพสูงเมื่อเทียบกับจำนวนคนที่ใช้) มีการจัดองค์กรอย่างเป็นระบบ ผสมผสานการเคลื่อนไหวหลากรูปแบบ และใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ เรียกได้ว่าเป็นการสร้างระดับมาตรฐานของการเคลื่อนไหวทางการเมืองขึ้นมาใหม่ ที่นักเคลื่อนไหวในอนาคตต้องปฏิบัติตาม
ผู้เขียนจึงเกิดคำถามว่า จำเป็นหรือไม่ที่การเมืองทางเลือกที่สามจะต้องอยู่ในรูปพรรคการเมือง การต่อสู้ทางการเมืองในอนาคต จึงอาจเกิดจากกลุ่มเคลื่อนไหวอิสระที่รวมตัวกันเรียกร้องทางนโยบายต่อพรรคการเมืองในสภา โดยมีเครื่องต่อรองเป็นคะแนนเสียงที่กลุ่มต่อสู้เหล่านี้ยินดีจะโหวตให้พรรคการเมืองที่ตอบสนองต่อความต้องการของตัวเอง
การเคลื่อนไหวทางเลือกที่สามในอนาคตไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปกลุ่มต่อสู้ทางการเมืองขนาดใหญ่เพียงกลุ่มเดียว แต่จะเป็น เครือข่าย การเคลื่อนไหวร่วมกันของกลุ่มย่อยขนาดเล็กหลายกลุ่ม กลุ่มเคลื่อนไหวเหล่านี้จะดำเนินงานอย่างอิสระ ไม่มีโครงสร้างตายตัว และไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องต่อข้อเสนอเดียวกันเสมอไป มารวมกันต่อเมื่อมีข้อเสนอร่วม และแยกกันเคลื่อนไหวในกรณีที่เห็นต่าง
ในอดีตเราเห็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มวิชาชีพหรือกลุ่มเฉพาะถิ่นมามาก (เช่น คาราวานคนจน, สมาคมชาวไร่อ้อยหรือกรีดยาง) การเคลื่อนไหวของเครือข่ายทางเลือกที่สามแบบที่ผู้เขียนเสนอก็คล้ายคลึงกันในเชิงอุดมการณ์ เพียงแต่ในทางปฏิบัติแล้ว เครือข่ายทางเลือกที่สามนี้ก้าวข้ามการเคลื่อนไหวบนท้องถนนเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเคลื่อนไหวแบบบูรณาการที่มีประสิทธิผลสูงกว่าหลายเท่า รู้จักต่อรองผลประโยชน์อย่างชาญฉลาดและ รู้ทัน นักการเมืองมากกว่าที่เคย
ผู้เขียนเองก็ยังมองภาพไม่ชัดว่าภาพรางๆ ของเครือข่ายทางเลือกที่สามนี้สุดท้ายจะวิวัฒนาการไปในรูปแบบไหน ระยะเวลาหลังรัฐประหาร 19 กันยานั้นถือเป็นแค่ระยะตั้งไข่ของเครือข่ายที่ว่าเท่านั้น หลังจากการเลือกตั้ง 23 ธันวาคมเป็นต้นไป จะเป็นช่วงที่เครือข่ายต้องค้นหาที่ยืนของตัวเอง สร้างสมกำลังและอิทธิพลเพื่อไปให้ถึงจุดที่มีอำนาจต่อรองสูงพอ และเรียนรู้จุดอ่อนจุดแข็งของการต่อสู้ทางการเมืองนอกสภาแบบใหม่ ซึ่งไม่เคยมีใครมีประสบการณ์มาก่อน
ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ สุดท้ายแล้วการเคลื่อนไหวเหล่านี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยที่ภาคประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงอยู่ดี
สุดท้ายแล้ว ผู้เขียนขอยกคำสัมภาษณ์ของเกษียร เตชะพีระ2 ที่ว่า ถ้าไม่มีทางเลือกที่ 3 มันก็เป็นการพ่ายแพ้ของประชาชนอย่างเราแล้ว ไม่สามารถโทษใครอื่นได้.
Comment #1
bravoเงื่อนไขในการใช้บริการ
เว็บไซท์เปิดให้ทุกท่านตั้งหัวข้อกระทู้ เพื่อสอบถามความคิดเห็น จากเพื่อนสมาชิกท่านอื่นมีเงื่อนไข คือ- เว็บบอร์ดมีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้งาน มีระบบบันทึกไอพี ซึ่งสามารถสืบค้นไปยังผู้เขียนข้อความได้ กรุณาระมัดระวังในการเขียนข้อความซึ่งอาจก่อผลร้ายต่อตนเองและผู้อื่น
- กระทู้ที่สมาชิกตั้งหรือข้อความที่ท่านแสดงความคิดเห็น จะแสดงผลทันทีหลังการโพสต์ เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็น ข้อความที่โพสต์อาจจะไม่ขึ้นโดยอัตโนมัติ ( สมัครสมาชิกคลิกที่นี่ )
- ขอสมาชิกให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่นและตนเองในการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
- ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ หรือ สิ่งอื่นใดที่เขียนหรือนำเข้าโดยสมาชิกแต่ละท่าน เป็นการแสดงความคิดเห็นของท่านเหล่านั้น ไม่ใช่มุมมองและความคิดเห็นของเว็บนี้ ทางเว็บไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ กรุณาใช้วิจารณญาณและดุลยพินิจ
- หากเนื้อหา หรือ ข้อความใดๆ ที่ท่านคิดว่าไม่เหมาะสม ท่านสามารถแจ้งลบได้ ทางทีมงานจะพิจารณาเพื่อลบข้อความเหล่านั้น ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทางเว็บขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยตรวจสอบดูแล
- ผู้ดูแลเว็บไซท์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความหายต่อบุคคลอื่น พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบ
เนื่องจากความคิดเห็นที่แสดงด้านบนถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากผู้อ่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เจ้าของเว็บไซท์ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หากข้อความในกระทู้ พาดพิงบุคคลอื่นในทางเสียหาย และหากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้งทีมงานโดยด่วน เพื่อดำเนินการต่อไป
แจ้งลบหัวข้อ