โดย...ยามเย็น
หลังจากไปดูเขาจับแพะที่ดำรงค์ฟาร์ม ซึ่งเป็นฟาร์มเครือข่ายที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นฟาร์มนำร่องของภาคใต้ เพื่อเข้าร่วมโครงการผลิตพ่อพันธุ์แพะด้วยเทคโนโลยีชีวภาพเมื่อต้นเดือนเมษาที่ผ่านมา (ชวนเที่ยว : ตามไปดูเขาจับแพะ...แบะๆๆๆๆ) คราวนี้ตามไปดูเป็นครั้งที่ 3 (ครั้งที่ 2 ไม่ค่อยน่าสนใจ เลยไม่ได้เล่า) ซึ่งเป็นวันฝากตัวอ่อนและฉีดน้ำเชื้อเข้าท้องแพะ วันนั้นมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน โดยทางศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพสุราษฎร์ธานี และ ศูนย์วิจัยบำรุงพันธุ์สัตว์สุราษฎร์ธานี ได้เชิญ ดร. มาลี อภิเมธีดำรงค์ จากสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ และ นายสัตวแพทย์ อานนท์ เทืองสันเทียะ จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการย้ายฝากตัวอ่อน จ.นครราชสีมา มาดำเนินการย้ายฝากตัวอ่อน และ ผสมเทียมแพะ
สำหรับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยนายสัตวแพทย์ชาญยุทธ กาผล (ผู้อำนวยการ) และ นายจิตศักดิ์ เมืองเอี่ยว (นักวิชาการ) และ นายสานิต ศรีเรียง (นักวิชาการ) จากศูนย์วิจัยบำรุงพันธุ์สัตว์สุราษฎร์ธานี
รวมถึงคณะเจ้าหน้าที่จากกองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลเกาะสมุย และนางสาววาสนา บรมธนรัตน์ รองประธานสภาฯ ได้มาร่วมสังเกตการณ์
ป้องกันการสับสน ขอสรุปก่อนว่า การผสมเทียมแพะในครั้งนี้ มีขั้นตอนหลัก อยู่สามขั้นตอน คือ
หนึ่ง เป็นการตรวจท้อง และคัดเลือกแม่พันธุ์ไว้สำหรับการผสมเทียมและฝากตัวอ่อน (เล่าไปแล้ว)
สอง เป็นการเหนี่ยวนำ ซึ่งก็คือ ทำให้แพะที่เราเลือกไว้จากครั้งแรกเป็นสัด ไข่สุก พร้อมรับการฉีดน้ำเชื้อ หรือให้ท้องของแพะมีสภาพเหมาะสมสำหรับการฝากตัวอ่อน ซึ่งเพื่อความสะดวกและประหยัดต้นทุน เจ้าหน้าที่ต้องพยายามให้แพะเป็นสัดพร้อมๆกัน จะได้มาไม่เสียเที่ยว
โดยขั้นนี้ เจ้าหน้าที่ฝังกระปุกฮอร์โมน (จำชื่อฮอร์โมนไม่ได้ แต่ก็คุ้นๆนั่นแหละ) ไว้ในช่องคลอดของแพะ เพื่อกระตุ้นให้เป็นสัดและสภาพในท้อง (รังไข่) พร้อมสำหรับการฝากตัวอ่อนและผสมเทียม ในวันเวลาที่ต้องการ (ซึ่งก็คือ ให้ตรงกับวันที่จะมาทำงานครั้งที่ 3)
การสอดฮอร์โมนเจ้าหน้าที่ต้องมาทำงาน 2 ครั้ง เพราะ ว่าการผสมเทียมครั้งนี้ เราแบ่งแพะเป็นสองกลุ่ม ใช้วิธีทำให้แพะท้องไม่เหมือนกัน แต่ละวิธีต้องการสภาพความพร้อมของไข่ และ รังไข่ แตกต่างกัน
กลุ่มแรก ใช้วิธีผสมเทียม คือ เอาน้ำเชื้อตัวผู้ (อาจซื้อจากเมืองนอก หรือ ผลิตเอง) ฉีดเข้าไปในตัวเมีย ดังนั้นเราต้องการให้ไข่สุกในวันที่เราจะฉีดน้ำเชื้อ
ซึ่งวิธีนี้ ลูกที่ออกมาจะได้พันธุกรรมทั้งจากพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ มีข้อดีที่อาจมีความทนทานกับสภาพแวดล้อมมากกว่า และเป็นวิธีที่เกษตรกรสามารถทำเองได้
กลุ่มที่สอง คือ การฝากตัวอ่อน ซึ่งตัวอ่อนที่เอามาฝาก จะมีอายุ 7 วันแล้ว (คือ ผสมในท้องแม่มาแล้ว 7 วัน แล้วก็ดูดไข่ที่ผสมแล้วออกจากท้อง ผ่านกรรมวิธีต่างๆ จากนั้นก็แช่แข็งไว้) ดังนั้นแพะกลุ่มนี้ จะต้องให้สภาพในท้องพร้อมสำหรับการฝากตัวอ่อนที่มีอายุ 7 วัน ลูกที่เกิดจากวิธีนี้ จะเป็นสายพันธุ์ที่เราต้องการล้วนๆ ตัวแม่แค่ทำหน้าที่เป็นที่รับฝากท้องเท่านั้น
ฮอร์โมนที่จะใส่ในช่องคลอดก็มีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับจะเลือกใช้แบบไหน
วันนั้นก็ทำกันสดๆ ขั้นตอนไม่ซับซ้อน
คนเตรียมฮอร์โมนก็เตรียมไป คนจับแพะ ก็จับไว้ให้พร้อม
จากนั้นก็สอดหลอดฮอร์โมนเข้าช่องคลอด ด้วยอุปกรณ์ที่เตรียมมา
ใส่เสร็จจะมีสายห้อยออกมาจากช่องคลอดแพะไว้ดึงกลับเมื่อเลิกใช้ และตรวจดูว่ากะเปาะฮอร์โมนหลุดหรือยังอยู่
ส่วนในครั้งนี้ ครั้งที่ 3 เป็นการฝากตัวอ่อนและผสมเทียม
โดยทั้งการฝากตัวอ่อนและผสมเทียมก็ใช้วิธีคล้ายๆกัน ต่างกันแค่ฝากตัวอ่อนเราฉีดไข่ที่ผสมแล้วเข้าไปในปีกมดลูก ส่วนการผสมเทียมเราฉีดน้ำเชื้อเข้าไปผสมกับไข่ในตัวแม่
ซึ่งขั้นตอนไม่มีอะไรมาก
งานแบ่งเป็นสองส่วน คือ ฝ่ายแล็บ และ ฝ่ายฝากตัวอ่อน ฉีดน้ำเชื้อ
แล็บ มีหน้าที่เตรียมตัวอ่อนและน้ำเชื้อ โดยเช็คดูตัวอ่อนว่ายังมีชีวิตหรือพร้อมสำหรับการผสมหรือไม่ ส่วนน้ำเชื้อก็ต้องตรวจดูปริมาณและความแข็งแรงของอสุจิ
โดยทั้งตัวอ่อนและน้ำเชื้อจะแช่อยู่ในถังแช่แข็ง ซึ่งต้องเอามาแช่น้ำอุ่นให้ละลาย และอาจต้องผ่านกรรมวิธีบางอย่าง ให้พร้อมสำหรับการนำไปใช้
ส่วนฝ่ายฝากตัวอ่อนและฉีดน้ำเชื้อ ขั้นแรกก็จัดการทำให้แพะสลบ โกนขนให้พร้อม จากนั้นกรีดหน้าท้องแพะเป็นแผลเล็กๆ ยาวประมาณ สองนิ้ว สองแผล เพื่อสอดเครื่องมือและเอาปีกมดลูกออกมาข้างนอก โดยจะตรวจดูก่อนว่าโอเคพร้อมรับการฉีดตัวอ่อนหรือน้ำเชื้อหรือไม่ ถ้าไม่ผ่านก็เย็บปิด
ถ้าผ่านก็ดึงปีกมดลูกออกมานอกท้อง แล้วก็เจาะด้วยเข็ม แล้วค่อยเอาน้ำเชื้อหรือตัวอ่อนฉีดเข้าไป
หลักจากนั้นก็จะยกไปเตียงของหน่วยเย็บปิดแผล ฉีดยาป้องกันการติดเชื้อ ก่อนจะย้ายไปกองรวมกัน รอแพะตื่น
นายสัตวแพทย์บอกว่า ทำกับคนก็คล้ายๆอย่างนี้แหละ เพียงแต่ละเอียดกว่า และไม่ถึงกับต้องดึงปีกมดลูกออกมานอกท้อง
------------------
ทีมงาน และผู้ร่วมสังเกตการณ์จากเทศบาลฯ
ฟังบรรยายสรุปจาก ดร. มาลี อภิเมธีดำรงค์ จากสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์
วันฉีดฮอร์โมน
อุปกรณ์
สังเกตเส้นสีขาว
วันผสมเทียม
แล็บ
ตัวอ่อนและสเปิร์ม แช่ในถัง - ถ้ารักษาอุณภูมิได้ สามารถเก็บได้เป็นสิบปี
ไข่ที่ได้รบการผสมแล้ว - ใช้ในการฝากตัวอ่อน
ภาพขยายจากกล้องจุลทรรศน์
สเปิร์ม ใช้ในการผสมเทียม
หน่วยผ่า
กรีดหน้าท้องสองแผล เพื่อสอดเครื่องมือ และดึงปีกมดลูก
มือซ้ายเป็นกล้อง มือขวาเป็นอุปกรณ์ใช้คีบ ยึด
ปีกมดลูก
ใช้เข็มเจาะ
ฉีดสเปิร์ม หรือ ตัวอ่อน
ทำความสะอาด
หน่วยเย็บ
ฉีดยาป้องกันการติดเชื้อ
Relate topics
- บรรยากาศติดตั้ง ถังหมักแก๊สชีวภาพ ขนาด 1,000 ลิตร ... ชุมชน-ธุรกิจ เกาะสมุยเดินหน้าติดตั้ง พลังงานทางเลือก “แก๊สหมักชีวภาพ”
- ไฟฟ้าดับทั่วเกาะสมุย คนละเรื่องเดียวกันกับ เมืองพิเศษ
- หาดงามบางมะขาม หรือจะเหลือเพียงอดีต
- ประโยชน์อย่างยั่งยืน คือ ทางออกของเกาะสมุย เกาะพะงันและเกาะเต่า
- “ประตูสวรรค์เปิดรับคุณดุสิต นนทะนาคร”
แจ้งลบหัวข้อ


