หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

เก็บเรื่องมาฝาก

'ซีทรานส์เฟอร์รี่'พัฒนาท่าดอนสัก เป็นศูนย์ขนส่งทางน้ำภาคใต้

by NathonCity » @October,30 2007 21.44 ( ip )

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
30 ตุลาคม พ.ศ. 2550 14:22:00




"ซีทรานส์เฟอร์รี่" เปิดโครงการศูนย์กลางขนส่งทางทะเลใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ปรับปรุงท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ ที่อำเภอดอนสัก เชื่อมโยงกับท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมให้บริการครบวงจรทั้งเรือบรรทุกขนาดยักษ์และอู่ซ่อมเรือ คาดใช้งบลงทุนกว่า 300 ล้าน


กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายศรีศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ซีทรานส์เฟอร์รี่ จำกัด ผู้ประกอบการเดินเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากเกาะสมุยและเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่าบริษัทได้เตรียมดำเนินโครงการพัฒนาท่าเทียบเรืออเนกประสงค์อำเภอดอนสัก สุราษฎร์ธานี เพื่อให้เป็นท่าเรือมาตรฐานรองรับการเป็นศูนย์กลางขนส่งทางทะเลใหญ่ที่สุดในภาคใต้ เนื่องจากเห็นว่าท่าเทียบเรือดังกล่าวมีความพร้อมในหลายๆ ด้าน เหมาะสมกับการประกอบธุรกิจขนส่งทางน้ำขนาดใหญ่ โดยจะใช้งบประมาณในการพัฒนาโครงการนี้ประมาณ  300 ล้านบาท  


"ที่ผ่านมาการขนส่งสินค้าทางทะเล ของสุราษฎร์ธานี มักจะประสบปัญหาร่องน้ำตื้นเขิน ทำให้เรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ตามเวลาที่กำหนด ขณะเดียวกันทำเลที่ตั้งท่าเทียบเรือดอนสัก ภายหลังจากมีการศึกษาพบว่ามีความเหมาะสม ที่จะเป็นท่าเทียบเรือขนาดใหญ่มากที่สุด เนื่องจากพื้นที่ตั้งติดทะเล และระยะทางจากดอนสักไปถึงแหลมฉบังจังหวัดชลบุรี ก็เพียง 400 กิโลเมตร เท่านั้น"



หวังเชื่อมการขนส่งภาคใต้-แหลมฉบัง


นายศรีศักดิ์ กล่าวว่า ศูนย์กลางขนส่งทางน้ำที่จะสร้างขึ้น จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในอนาคต เนื่องจากตามยุทธศาสตร์การขนส่งของประเทศ ควรที่จะมีการเชื่อมโยงการขนส่งทางน้ำระหว่างภาคใต้ กับท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งสามารถประหยัดต้นทุนได้มากกว่า โดยเมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งทางบกจากจังหวัดภาคใต้ไปถึงแหลมฉบัง มีระยะทางมากกว่า 800 กิโลเมตร  


"การขนส่งทางเรือจะทำให้ต้นทุนการขนส่งของไทยต่ำลง เพราะสามารถขนส่งได้ครั้งละปริมาณมากๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดแข่งขันกับคู่แข่ง อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาการจราจรบนท้องถนนได้เป็นอย่างดี   หากเป็นการขนส่งทางบก ปริมาณสินค้า 100 ตู้คอนเทนเนอร์ จะต้องใช้รถบรรทุกขนส่งถึง 100 คัน แต่หากขนส่งทางเรือ สามารถขนส่งด้วยเรือเพียงลำเดียว ซึ่งจะช่วยอุตสาหกรรมของภาคใต้สามารถแข่งขันกับเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดี"



พร้อมเปิดอู่ซ่อมเรือเดินทะเล


นายศรีศักดิ์ กล่าวอีกว่า การพัฒนาท่าเรือดอนสักดังกล่าว จะเป็นไปในรูปแบบครบวงจร โดยจะมีอู่ซ่อมเรือขนาดใหญ่ สามารถซ่อมเรือเดินทะเลขนาด 4,000 ตันได้ และอู่ซ่อมเรือดังกล่าวยังสามารถให้บริการซ่อมเรือเฟอร์รี่ซึ่งมีให้บริการอยู่มากมายในพื้นที่ภาคใต้ได้อีกด้วย โดยเป้าหมายจะพยายามพัฒนาให้เป็นอู่ซ่อมเรือที่ใหญ่ที่สุดของภาคใต้


ขณะเดียวกันบริษัทยังวางแผนว่า ในการบริการจะพยายามวางระบบให้สามารถจัดส่งสินค้าระหว่างภาคใต้กับแหลมฉบังได้ทั้งขาไปและขากลับ โดยเมื่อนำสินค้าจากภาคใต้ไปยังแหลมฉบังแล้ว ยังจะมีการติดต่อนำสินค้าจากอุตสาหกรรมต่างๆ จากกรุงเทพฯ ส่งมายังภาคใต้ด้วย เช่น สินค้าประเภทเครื่องจักรอุตสาหกรรม รถยนต์ รถบรรทุก เป็นต้น  


ระยะเวลาการดำเนินการโครงการนี้ เบื้องต้นหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ไม่เกินปลายปี 2550 นี้ โดยระยะแรกตั้งเป้าหมายว่า ท่าเรือแห่งนี้จะมีการเดินเรือสัปดาห์ละ 4 เที่ยว สามารถขนส่งได้ประมาณ 400 ตู้คอนเทนเนอร์



ชี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่  


ด้าน นายไพศาล ตรีธัญญา นายอำเภอดอนสัก กล่าวว่า การที่มีบริษัทเอกชนจะลงทุนพัฒนาท่าเรือดอนสักให้เป็นศูนย์กลางขนส่งทางทะเล จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาอำเภอดอนสักเป็นเพียงเมืองผ่าน เพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่ไปยังเกาะสมุยและเกาะพะงัน  แต่หากมีธุรกิจทางทะเลเกิดขึ้นที่จะช่วยให้ชาวบ้านมีงานทำมากขึ้น  


"การลงทุนของบริษัทซีทรานส์เฟอร์รี่ ถือว่าเป็นการมองการณ์ไกล ที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจของพื้นที่อำเภอดอนสักอย่างมาก ที่สำคัญโครงการนี้มีความเป็นไปได้สูง เพราะในเชิงธุรกิจแล้วพื้นที่ภาคใต้ยังขาดศูนย์กลางขนส่งทางทะเล"


ท่าเทียบเรือในพื้นที่อำเภอดอนสักปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อเดินทางไปเกาะสมุยและเกาะพะงัน  โดยมีท่าเทียบเรือเอกชน 2 ท่า และท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ของรัฐในปัจจุบัน 1 ท่า  


นายธีระกิจ หวังมุฑิตากุล ประธานหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า นับว่าเป็นโอกาสดีที่มีนักลงทุนให้ความสนใจทุ่มงบประมาณสร้างท่าเทียบเรือแห่งใหม่ในการขนส่งสินค้า เพราะการขนส่งสินค้าผ่านทางเรือสามารถช่วยลดต้นทุนไปได้มาก และประหยัด ไม่เป็นปัญหาด้านการจราจร ที่สำคัญทางเรือสามารถขนส่งสินค้าได้ปริมาณมาก และเมื่อต้นทุนลดลง ราคาสินค้าก็จะถูกลงเป็นผลดีต่อประชาชนในพื้นที่  


"การพัฒนาระบบขนส่งทางทะเล จะเป็นประโยชน์ทั้งในเชิงของการแข่งขันในตลาดโลกของสินค้าไทย และยังเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศด้วย เนื่องจากเมื่อต้นทุนขนส่งต่ำลง ราคาสินค้าก็สามารถจำหน่ายในราคาต่ำได้ ดังนั้นหากสุราษฎร์ธานี เป็นศูนย์กลางขนส่งทางทะเล สินค้าในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ก็อาจมีราคาถูกลงกว่าในปัจจุบัน"



ที่มา www.bangkokbiznews.com
Comment #1
เอาแล้ว Guest
Posted @October,30 2007 22.01 ip : 125...230
ฟ้าเป็นของบางกอก
ทะเลเป็นของเฟอร์รี่
เกาะเป็นของใครเราไม่สน
ทุกๆคนจ่ายค่าเดินทางมาเสียดีๆ

ป่วยการหวังให้ใครช่วย
ทุกหน่วยเงียบฉี่ๆ
สุดซวยจริงๆพวกเราน้องพี่
สมุยทวีมีชัยไชโย.....โฮ่ฮิ้ว
Comment #2
ยังมีต่อภาค 2 Guest
Posted @October,31 2007 12.26 ip : 125...28
ทราบกันหรือไม่ว่า ซีทรานกำลังจะครองอาณาจักรท่าเรือแถบดอนสัก ลามปามไปถึง ขนอม ที่กำลังมีปัญหากันอยู่ สำเร็จเมื่อไร ก็จะข้ามมาทำท่าเรือที่พังกาเกาะสมุยอีก เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อ ขนอม-พังกา  ชาวพังกาเตรียมแผ่นดินสะเทือนมีรถบรรจุกวิ่งเข้าออก มีการขนถ่ายสินค้ากันทั้งวันทั้งคืน  รีสอร์ทแถวนั้นเตรียมรับกับความวุ่นวยได้  คราวนี้เค้านั่นแหละก็จะยึดพื้นที่การเดินทางฝั่งแผ่นดินกับเกาะสมุยไปโดยปริยาย อยากจะขึ้นราคาค่าโดยสารอะไรก็ต้องแล้วแต่เค้าแล้วละ  สงสัยอีหน่อยคงซื้อเกาะสมุยไปเลย

แสดงความคิดเห็น

ขณะนี้เว็บไซท์ได้ทำการติดตั้ง ระบบป้องกันข้อความอันไม่พึงปรารถนา แบบอัตโนมัติ (Automatic Spam Messege Fillter) ซึ่งอาจจะส่งผลให้การบันทึกความคิดเห็น ในบางกรณีเกิดความผิดพลาดได้ ถ้าหากระบบปฏิเสธ การแสดงความคิดเห็นของท่าน ขอให้ท่านลองส่งใหม่อีกครั้ง ถ้าหากข้อความข้อท่าน ไม่ใช่ข้อความอันไม่พึงปรารถนา ก็จะสามารถส่งได้เป็นปกติ

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !