หน้าทอนซิตี้ : NathonCity

ร้อยคำถาม

รวมรวมบทสัมภาษณ์

จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ?

by NathonCity @January,05 2007 11.54 ( ip )

ปกรณ์ จารุจิตติพันธ์




บ่ายวันหนึ่งผมเดินไปซื้อขนมโตเกียวจากพ่อค้ารถเร่เจ้าประจำ ปกติเขาจะจอดแช่อยู่ตรงนี้พักใหญ่ๆ โดยเฉพาะวันหยุดหรือช่วงปิดเทอม เพราะฝั่งตรงข้ามเป็นร้านเกมซึ่งเป็นที่รวมของเด็กๆ

ขณะรอคิวก็คุยกับเขาเรื่อยเปื่อย เขาเล่าว่ามีผู้ปกครองบางคนสั่งไว้
ถ้าลูกจะกินอะไรก็ให้ทำให้เดี๋ยวมาจ่ายเงินทีหลัง เหมือนกับที่บอกเจ้าของร้านเกมว่าให้เล่นได้เต็มที่ เวลามารับจะจ่ายเอง

ฟังแล้วก็แปลกใจ เพราะผมเข้าใจเอาเองว่าผู้ปกครองคงไม่อยากให้เด็กมาใช้เวลาอยู่ที่ร้านเกม และคิดไปไกลถึงว่าเด็กส่วนมากที่นั่งเล่นอยู่ในร้าน คงมีไม่กี่คนที่บอกให้ผู้ปกครองรู้ว่าวันนี้จะมาเล่นเกม

เขาขยายความต่อว่า ผู้ปกครองคิดว่าลูกอยู่ในร้านเกมดีกว่าปล่อยให้ไปเล่นที่อื่น เพราะอยู่นี่แน่ใจได้ว่าคงไม่ถูกรถชน โอกาสที่จะถูกคุกคามในรูปแบบต่างๆจากคนแปลกหน้าน่าจะน้อยกว่าปล่อยให้ลูกไปไกลหูไกลตา เจ้าของร้านก็คุ้นเคยกัน และอยู่ที่ร้านจะตามมารับตัวเมื่อไหร่ก็ได้


สรุปว่า ปล่อยให้นั่งเล่นอยู่ที่นี่ปลอดภัยกว่า


ผมไม่รู้ว่ามีผู้ปกครองคิดอย่างนี้สักกี่คน แต่คำบอกเล่าของพ่อค้าขนมทำให้กลับมาคิดว่า สังคมข้างนอกมันอันตรายถึงขนาดที่ว่า ผู้ปกครองพร้อมที่จะให้เด็กมาอยู่ที่ร้านเกมแทนที่จะให้ไปอยู่ที่อื่นเลยเหรอ

เมืองของเราอันตรายต่อเด็กๆ ถึงขนาดนั้น ?

ก็อาจจะจริง ผมเคยเห็นคนวิ่งไล่ตีกันแถวนี้อย่างน้อยก็สองครั้ง ครั้งหนึ่งเจ็บอีกครั้งหนึ่งตาย เคยรู้ว่ารถวิ่งเฉี่ยวชนหนักสุดก็ทับคนบนถนนแถวนี้ ข่าวเรื่องล่อลวงไม่ค่อยได้ยิน แต่ที่ลงในหนังสือพิมพ์หรือสื่อต่างๆก็คงมากพอที่จะทำให้ทุกคนระแวง ส่วนเรื่องคนแปลกหน้าไม่ต้องพูดถึง ในฐานะที่เป็นเมืองท่าผู้คนก็มากหน้าหลายตาอยู่แล้ว ตั้งแต่นักท่องเที่ยวไปจนถึงแรงงานต่างด้าว

เมืองของเราอันตรายจริงๆ นั่นแหละ


หรือว่านี่คืออาการที่ชี้ให้เห็นว่า เครือข่ายทางสังคมแบบเดิมที่ช่วยให้เราสอดส่องดูแลซึ่งกันและกันไม่ทำงาน เราไม่มีพื้นที่ให้เด็กๆ หรือร้ายที่สุดคือไม่มีพื้นที่ให้ใครๆ ในชุมชนมีทางเลือกในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย

จึงไม่แปลกที่ใครๆ ต่างใช้ชีวิตอยู่กับบ้าน โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า แต่หลีกหนีพื้นที่สาธารณะของเมือง (ที่มีอยู่น้อยนิด)

พูดอีกอย่างก็คือ เมืองไม่แก้ปัญหาแต่ปล่อยให้บทบาทในการจัดหาพื้นที่และกิจกรรมเป็นของเอกชนและการตลาด ซึ่งเป้าประสงค์หลักอยู่ที่การกระตุ้นให้เกิดการบริโภคใช้จ่ายมากกว่าอย่างอื่น แล้วเราจะมาตำหนิเยาวชนของเราได้ยังไงว่ามัวแต่มั่วสุมทำกิจกรรมที่ไม่เป็นประโยชน์

ก็ในเมื่อชุมชนและเมืองไม่เคยเสนอพื้นที่และวิธีการ “มั่วสุม” อื่นๆให้แก่สมาชิกในชุมชน

รณรงค์ให้ออกกำลังกาย แต่เมืองไม่มีพื้นที่และอุปกรณ์ที่พอเพียง
อยากให้เด็กและเยาวชนมีความคิดสร้างสรรค์ แต่ก็ไม่เคยจัดกิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิดผลดังกล่าว

ขณะเดียวกัน สมาชิกในชุมชนด้วยกันเองก็ไม่สามารถเป็นหูเป็นตาดูแลเด็กๆ ในชุมชนได้เหมือนในอดีต ถ้าเมืองถูกตำหนิในฐานะไม่สามารถเป็นตัวนำในการสร้างเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน พวกเราสมาชิกในชุมชนก็คงมีส่วนไม่มากก็น้อยในความผิดนั้น


หรือต้องให้เด็กร้องขอที่ว่างจากจันทร์
Comment #1
ไม่ยาก Guest
Posted @January,14 2007 22.46 ip : 203...98
เราจะเสนอให้ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ ปิดถนนวันอาทิตย์ วันอื่นๆก็ให้ผู้ใหญ่ใช้รถกันมากแล้ว ขอให้กับเด็กสักวันได้หรือ

แสดงความคิดเห็น

ขณะนี้เว็บไซท์ได้ทำการติดตั้ง ระบบป้องกันข้อความอันไม่พึงปรารถนา แบบอัตโนมัติ (Automatic Spam Messege Fillter) ซึ่งอาจจะส่งผลให้การบันทึกความคิดเห็น ในบางกรณีเกิดความผิดพลาดได้ ถ้าหากระบบปฏิเสธ การแสดงความคิดเห็นของท่าน ขอให้ท่านลองส่งใหม่อีกครั้ง ถ้าหากข้อความข้อท่าน ไม่ใช่ข้อความอันไม่พึงปรารถนา ก็จะสามารถส่งได้เป็นปกติ

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !