ร้อยคำถาม
รวมรวมบทสัมภาษณ์
หรือทะเลมีเจ้าท่าเป็นเจ้าของ ?
ปกรณ์ จารุจิตติพันธ์
เขาและครอบครัวกำลังตัดสินใจว่าจะทำอะไรสักกับที่แปลงนี้ดี อาจเป็นบังกาโลเล็กๆ บ้านเช่าริมทะเล หรือไม่ก็ให้เช่าที่ไปเลย เพราะผลตอบแทนจากค่าเช่ามันเย้ายวนใจอยู่
แล้ววันหนึ่งก็มีคนโทรมาถามจะเช่าที่ แต่รายนี้ต่างจากรายอื่น เขาไม่ได้เช่าเพื่อทำบ้านพัก บังกาโล หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว แต่เขาจะเช่าเพื่อเอาเป็นที่กองหินกองทราย
"หา.......อะไรนะ จะกองหินกองทราย" เขาตกใจกับข้อเสนอ
"ทำไม ไม่เช่าที่อื่น ?" เขาถามกลับ เพราะคิดว่ามันคงไม่คุ้มที่จะเช่าที่ริมทะเลไว้กองหินกองทราย
"จะลากเรือเข้าเทียบ" เขาอธิบายต่อ "จะขุดร่อง แล้วก็ลากเรือบาธเข้าเทียบ ขนหินขนทรายกองไว้" เขายิ่งตกใจหนักเข้าไปอีก นึกไม่ถึงว่าจะมีข้อเสนออย่างนี้เกิดขึ้นได้
"จะลากเรือเข้าเกยหาด กองหินกองทราย แล้วที่ข้างๆที่เขาทำโรงแรมที่พักจะว่ายังไง ?" เขาถามกลับด้วยอารมณ์ที่พอจะเข้าใจกันได้
สรุปว่าดีลนี้จบ แต่ยังตามหลอนเขาอยู่หลายวัน เพราะไม่สบายใจว่าถ้ามีใครแถวนั้นอุตริยอมให้เช่าสักคน หาดแถวนั้นจะเป็นอย่างไร โครงการที่จะทำธุรกิจคงพัง แม้จะนึกอยู่ในใจว่าคงยากที่เจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้ทำ เพราะเห็นชัดอยู่ว่าประโยชน์ที่ได้ตกกับคนคนเดียว ในขณะที่สร้างผลกระทบทางลบให้คนอื่นมากมาย แต่ก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดี เพราะไม่แน่ใจว่าถึงที่สุดผู้มีอำนาจควบคุมกติกาจะเห็นแก่อะไรกันแน่ในการตัดสินใจ
เรื่องนี้ทำให้นึกถึงเรื่องอีกเรื่องหนึ่ง
ก่อนจะมีการก่อสร้างท่าเรือท่าที่ 3 ที่หน้าทอน ซึ่งจะเป็นท่าเรือเฟอร์รี่แห่งใหม่ มีผู้เข้าประชุมเสนอให้ชะลอไปก่อนเพื่อศึกษาถึงความเหมาะสมในการกำหนดจุดก่อสร้าง เนื่องจากเกรงผลกระทบที่จะเกิดกับเมือง
ผู้เข้าประชุมท่านนั้นพูดต่อว่า เรือเฟอร์รี่เที่ยวหนึ่งขนรถมาประมาณ 40 คัน มีตั้งแต่รถโดยสาร รถขนเสาเข็มไปจนถึงรถน้ำมัน หรือถ้าจะนับล้อก็มีตั้งแต่รถ 2 ล้อ ยัน 22 ล้อ เข้าเทียบท่าอย่างน้อยชั่วโมงละ 1 เที่ยว ยังไม่นับรถที่วิ่งเข้ามารอกลับฝั่งอีก ในขณะที่หน้าทอนเองก็แออัดอยู่เป็นทุนเดิม โครงการตัดถนนเลี่ยงเมืองก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ถ้าท่าเรือใหม่เกิดขึ้นเมืองคงแตก และไม่เหลือสภาพของความน่าอยู่
เขาเสนอให้ลองไปศึกษาทางเลือกอื่นๆ เช่น ท่าเรือเก่าที่บริเวณบ้านท้องกรูด รวมถึงถามหาแผนแม่บทของการขนส่งทางน้ำ ว่าจุดไหนจะเป็นท่าเรือขนคน ท่าเรือท่องเที่ยว ท่าเรือประมง ท่าเรือขนสินค้า ซึ่งไม่ควรอยู่ปะปนกัน ถามต่อว่าจะมีท่าเรืออีกกี่ท่า ต้องขุดร่องน้ำอีกกี่ร่อง จะบรรเทาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและการกัดเซาะชายฝั่งอย่างไร ฯลฯ
วันนั้นสรุปว่า ไม่ชะลอ ไม่มีแผนแม่บท หน้าที่ของหน่วยงานนั้นคือทำท่าเรือ ส่วนบนฝั่งถนนจะรองรับหรือไม่ รถจะติดหรือเปล่าเขาไม่สนใจ ชาวบ้านจะเดือดร้อนยังไงเขาไม่นึกถึง
สองเรื่องนี้มันโยงเข้ากันว่า ถ้าเราไม่มีแผนแม่บท (ที่ดี) คงมีอีกหลายคนที่ได้รับผลกระทบจากความไม่ชัดเจนนี้
ลงทุนทำรีสอร์ทริมทะเล นักท่องเที่ยวเริ่มรู้จัก ธุรกิจเริ่มสดใส วันดีคืนดีเจ้าของที่ข้างๆให้นักลงทุนเช่า นึกว่าจะมีเพื่อนบ้านมาช่วยกันทำให้แถวนี้คึกคัก ที่ไหนได้ เขาไปขอขุดร่องน้ำ จากนั้นลากเรือขนหินขนทรายเข้ามาจอด เจ๊งกันทั้งหาดเพราะคนคนเดียว
ชายหาดดีๆ ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเสียไป เพราะการอนุญาตให้ขุดร่องน้ำและสร้างสิ่งก่อสร้างที่ไม่ได้คิดถึงผลกระทบที่เกิดจากการกัดเซาะชายฝั่ง ผลกระทบที่เกิดจากกิจกรรมที่ขัดแย้ง ผลกระทบทางสายตา ไม่นึกถึงผลที่จะเกิดกับที่ดินข้างเคียง ยังไม่ต้องพูดถึงความขัดแย้งระดับบุคคลระหว่างเจ้าของที่ดินในบริเวณนั้น
และที่สำคัญ ไม่มีใครรู้ว่าคนคุมกติกาเขาใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสิน
เท่าที่รู้ อีกไม่กี่วันท่าเรือเฟอร์รี่แห่งใหม่กำลังจะเปิด ถนนในหน้าทอนคงแออัดยิ่งขึ้น คนป่วยที่เกี่ยวเนื่องกับระบบทางเดินหายใจคงมากขึ้นกว่าเดิม หน้าทอนคงน่าอยู่น้อยลง
ส่วนรอบนอกก็คงมีหาดอีกหลายแห่งที่มีการขอขุดร่องน้ำหรือทำท่าเรือ คนที่ทำธุรกิจหรือกำลังจะลงทุนสร้างโรงแรม ก็คงหนาวๆร้อนๆ เพราะไม่อาจแน่ใจว่า ที่ข้างๆจะมีร่องน้ำให้เรือขนหินขนทรายเข้ามาจอดโผล่ขึ้นมาเมื่อไหร่ จะหวังพึ่งคนคุมกติกาก็ไม่รู้จะหวังได้หรือเปล่า
เพราะอย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่ากติกาของเรามันหย่อนมันยานไปตามอำนาจของอะไรสักอย่าง
ก็ยังดีที่ศาลปกครอง ปปช.และ ปปง. ยังไม่ถูกยุบไปพร้อมกับรัฐธรรมนูญ จะได้ให้ช่วยหาคำตอบว่าผู้มีอำนาจใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการตัดสิน
Comment #1
ไม่เข้าท่า
Guest
แสดงความคิดเห็น
|
ขณะนี้เว็บไซท์ได้ทำการติดตั้ง ระบบป้องกันข้อความอันไม่พึงปรารถนา แบบอัตโนมัติ (Automatic Spam Messege Fillter) ซึ่งอาจจะส่งผลให้การบันทึกความคิดเห็น ในบางกรณีเกิดความผิดพลาดได้ ถ้าหากระบบปฏิเสธ การแสดงความคิดเห็นของท่าน ขอให้ท่านลองส่งใหม่อีกครั้ง ถ้าหากข้อความข้อท่าน ไม่ใช่ข้อความอันไม่พึงปรารถนา ก็จะสามารถส่งได้เป็นปกติ
|
||