จากสมาชิก
บทความจากสมาชิก
ถอดวิธีคิด "จีอี" ฟื้นวิถีชุมชนเก่า จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ "สนามเด็กเล่น"
เพราะทั้งทีม "จีอี โวลันเทียร์" และพันธมิตร เชื่อว่าด้วยศักยภาพของชุมชนที่มีอายุกว่า 100 ปีแห่งนี้ ทั้งในแง่ทำเลที่ตั้งแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนที่งดงาม ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ หากได้รับการฟื้นฟูและพัฒนา ในวันหนึ่งจะกลับมามีชีวิตและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชนอีกครั้ง เพียงแต่การพัฒนานั้นจะต้องเกิดขึ้นบนรากฐานวิธีคิดของคนในชุมชนเอง
"สุวรรณา จักรวรวุธ" ประธานกรรมการ จีอี โวลันเทียร์ เล่าให้ฟังว่า ในที่อื่นๆ บางทีจุดเริ่มต้นของการพัฒนาชุมชนนั้นไม่ใช่มาจากการเข้าไปช่วยซ่อมแซมบำรุงรักษา แต่เกิดจากการสร้างทางเท้าและปลูกต้นไม่ริมทางเดิน จนท้ายที่สุดคนในชุมชนก็รุกขึ้นมาปัดกวาด ทาสี ซ่อมแซมสถาปัตยกรรมที่มีอยู่ให้ดีกว่าที่เคยเป็น เพราะบางครั้งการอยู่ในชุมชนมานานคนอาจจะไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่เป็น แต่การที่พวกเขาเห็นว่าคนข้างนอกมองเห็นคุณค่าเป็นการจุดประกายให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของชุมชนอีกครั้ง
"หัวใจของการทำงานอยู่ตรงนี้ วิธีการฟื้นชุมชนของเราจึงมุ่งพัฒนาคนไม่ได้มุ่งในการพัฒนาวัตถุ แต่วัตถุที่ได้เป็นผลพลอยได้ หัวใจสำคัญคือการพัฒนาความสัมพันธ์ของคนผ่านการทำงาน ให้เขารู้จักการทำงานร่วมกัน สามารถอยู่ร่วมกันได้ และจนไปถึงการสามารถวางแผนในการพัฒนาชุมชนได้เองว่าจะพัฒนาไปถึงจุดไหน เราไม่ได้เป็นคนบอกแต่ชุมชนต้องเป็นคนกำหนดเอง ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นแนวทางที่ดี ที่สำคัญเราไม่ได้เน้นสิ่งของ เราไม่ได้มีงบประมาณมาก แต่สิ่งที่จีอีเน้นคือการทำงานอาสามากกว่า ซึ่งสุดท้ายการจะเดินไปถึงไหนชุมชนจะเป็นผู้ที่กำหนดเอง" สุวรรณากล่าว
เช่นเดียวกับที่ยกตัวอย่าง วิธีคิดของทีม "จีอี โวลันเทียร์" นั้นจึงมองว่าการจะฟื้นฟูชุมชนไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนโดยชุมชนเป็นผู้กำหนดนั้น จำเป็นต้องมีโครงการนำร่อง ตลอดเวลา 9 สัปดาห์ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม จึงเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการนำร่อง ด้วยการใช้การสร้างสนามเด็กเล่นเข้ามาเป็นตัวชูโรง
"ที่เราเลือกสนามเด็กเล่นก่อน เพราะเชื่อว่าเด็กจะเป็นตัวดึงที่ทำให้ผู้ใหญ่มาเจอกันได้ และชุมชนเองก็มีความต้องการด้วย โดยสนามเด็กเล่นเก่ากลายเป็นที่รกร้าง หลังจากผ่านโครงการนี้ไป ก็ต้องขึ้นอยู่กับชุมชนว่าเขาต้องการอะไร แบบไหน เราเองไม่สามารถเข้าไปกำหนดได้"
ฉะนั้น เมื่อไม่ได้มีปลายทางอยู่แค่เพียงการสร้างสนามเด็กเล่น กระบวนการในการสร้างสนามเด็กเล่นครั้งนี้ จึงให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างมาก ตลอดระยะเวลา 9 สัปดาห์ตามแผนการทำงานของทีมสถาปนิกและทีมอาสาสมัคร มีตั้งแต่การเข้าไปทำกิจกรรมทำความรู้จัก มีการทำเวิร์กช็อป ให้เด็กมาร่วมกันออกแบบโดยวาดภาพลงตามจินตนาการว่าพวกเขาอยากให้สนามเด็กเล่นออกมาเป็นแบบใด ก่อนที่จะสร้างโมเดลด้วยวัสดุเหลือใช้ ก่อนที่จะลงมือสร้างสนามเด็กเล่นจริง โดยทีมอาสาสมัครของจีอีจะเข้าไปทำกิจกรรมตลอด กับคนในชุมชน และร่วมลงแรงจัดการเคลียร์ พื้นที่และสร้างสนามเด็กเล่นร่วมกับคนในชุมชนนั้นๆ
"เด็กๆ ก็จะคิดมาอยากให้สนามเด็กเล่นมีหน้าตาอย่างไร ตอนการทำแบบจำลอง มีการเอาดินน้ำมันมาปั้นเป็นรูปเป็นร่าง เป็นต้นไม้ เป็นสนามฟุตบอล เอาไม้ไอติมมาทำเป็นชิงช้า เด็กๆ มีความสุข นี่เป็นวิธีการทำงานที่เราชอบ เพราะเจ้าของมีส่วนร่วม และเขาก็จะมีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของและต้องช่วยกันรักษา"
สุวรรณาบอกว่า การทำโครงการครั้งนี้ รูปแบบในการทำงานของเราคือไม่มีรูปแบบ เพียงแต่ใช้ทักษะที่พันธมิตรมี อย่างเขาเป็นสถาปนิกก็มีทักษะในเรื่องการทำแบบ การสร้างกระบวนการ ขณะที่จีอีมีแรงงานของอาสาสมัครและมีงบประมาณไม่มาก สิ่งที่เน้นจึงเป็นการทำงานร่วมกัน
"เราเองก็ไม่เคยทำโครงการแบบนี้ อาทิตย์แรกพนักงานก็ถามว่าจะทำอะไร เราก็บอกให้ไปเล่นกับเด็ก บางคนก็ไม่คุ้นเคย แต่มันเป็นการสร้างความผูกพัน รูปแบบของเราคือการทำงานแบบไม่มีรูปแบบ แต่มันก็ดี"
จากแบบร่างสนามเด็กเล่นบนกระดาษของเด็กๆ วันนี้สนามเด็กเล่น ที่ตลาดเก่ามีนบุรี น่าจะกำลังค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่าง โครงการสร้างสนามเด็กเล่นเป็นโครงการแรกกำลังจะเสร็จสมบูรณ์ และพร้อมที่จะเข้าไปช่วยสานต่อในการฟื้นฟูชุมชนสู่โครงการอื่นๆ เพียงแต่ว่าโครงการจะเป็นอย่างไรต่อไปท้ายที่สุด "จีอี" ไม่ได้เป็นผู้กำหนด แต่ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนในชุมชนเป็นสำคัญ เป็นการตอกย้ำแนวคิดของการฟื้นฟูชุมชนที่ยั่งยืนที่เน้นการพัฒนาคนมิใช่การพัฒนาเพียงวัตถุ !!
Comment #1
เข้าท่าทีเดียว
Registered User
แสดงความคิดเห็น
|
ขณะนี้เว็บไซท์ได้ทำการติดตั้ง ระบบป้องกันข้อความอันไม่พึงปรารถนา แบบอัตโนมัติ (Automatic Spam Messege Fillter) ซึ่งอาจจะส่งผลให้การบันทึกความคิดเห็น ในบางกรณีเกิดความผิดพลาดได้ ถ้าหากระบบปฏิเสธ การแสดงความคิดเห็นของท่าน ขอให้ท่านลองส่งใหม่อีกครั้ง ถ้าหากข้อความข้อท่าน ไม่ใช่ข้อความอันไม่พึงปรารถนา ก็จะสามารถส่งได้เป็นปกติ
|
||