จากสมาชิก
บทความจากสมาชิก
แบงก์โลกชี้ชายฝั่งทะเลไทยวิกฤติ ถูกกัดเซาะหาย 1-5 เมตรต่อปี
15 มิถุนายน 2550 00:53 น.
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับธนาคารโลก รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมไทยปี 2549 เรื่องการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
ดร. จิเทนดร้า ชาห์ เจ้าหน้าที่อาวุโสประสานงาน ธนาคารโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของธนาคารโลกในปีนี้ พบว่าการกัดเซาะชายฝั่งถือเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมอันดับต้นๆ โดยแนวชายฝั่งของไทยหลายพื้นที่กำลังเผชิญกับการกัดเซาะ ในอัตรามากกว่า 1-5 เมตรต่อปี หากคิดอัตราสูญเสียพื้นดินโดยรวมแล้วจะอยู่ที่ 2 ตารางกิโลเมตรต่อปี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 6,000 ล้านบาท
ขณะที่การแก้ปัญหาส่วนใหญ่มักจะลงทุนด้านสิ่งก่อสร้างเป็นหลัก โดยไม่ได้คำนึงถึงมูลค่าของการสูญเสียพื้นที่ดิน ตลอดจนการเสียโอกาสเรื่องการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดินนั้นๆ ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชน ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าเงินลงทุนก่อสร้างหลายเท่า อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยธรรมชาติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากมีความถี่ และก่อความเสียหายต่อทรัพยากรชายฝั่ง
ดร.จิเทนดร้า กล่าวอีกว่า สาเหตุของปัญหาการสูญเสียพื้นที่ชายฝั่งเกิดจากการขยายตัวของเมืองและการเติบโตของอุตสาหกรรมชายฝั่งในช่วง 30 ปีก่อน เนื่องจากมีประชากรอาศัยตามชายฝั่งทะเลเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยว การขนส่งทางทะเล การประมงน้ำเค็มและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเฉพาะฟาร์มเลี้ยงกุ้งเพิ่มจาก 26% เป็น 47% จนส่งผลให้เกิดความสูญเสียและความเสื่อมโทรมของทรัพยากรที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลบริเวณพรุควนขี้เสี้ยน จ.พัทลุง เป็นตัวอย่างพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งและการท่องเที่ยว ขณะที่สถานภาพของแนวปะการังในอันดามัน 80% และอ่าวไทย 50% อยู่ในสภาพปานกลางถึงเสื่อมโทรมมาก และยังมีแนวโน้มเสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่องด้วย
พื้นที่บ้านขุนสมุทรจีน จ.สมุทรปราการ เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงมากกว่า 1 ตารางกิโลเมตรในระยะ 30 ปีที่ผ่านมา สาเหตุมาจากการสูญเสียป่าชายเลนตลอดแนวชายฝั่งและยังกระทบกับหมู่บ้านตลอดแนวฝั่งอ่าวไทยด้วย สำหรับพื้นที่ทะเลอันดามันนั้น การกัดเซาะมาจากมนุษย์โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างกำแพงกั้นคลื่น เขื่อนกั้นน้ำ ท่าเทียบเรือ และการขุดเจาะน้ำบาดาล เป็นต้น ดร.จิแทนดร้า กล่าว
นอกจากนี้ ดร.จิเทนดร้า ระบุด้วยว่า แม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายเพื่อคุ้มครองและอนุรักษ์ทรัพยากรก็ตาม แต่ยังมีผลในทางปฏิบัติที่ไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากกฎหมายมีความซ้ำซ้อนและไม่ได้ปรับปรุงให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจากการวิจัยของธนาคารโลกพบว่า หากพื้นที่ไหนมีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ มีการรักษาและดูแลป่าชายเลน และแนวปะการังในพื้นที่นั้นๆ ก็จะมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ทั้งนี้ธนาคารโลกเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา 5 แนวทาง คือ 1.การลดการกัดเซาะชายฝั่งและผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดย ทช.ควรต้องมีมาตรการเชิงวิศวกรรมแบบผสมผสานและคำนึงถึงความเหมาะสมแต่ละพื้นที่ 2.สนับสนุนวางแผนการประมงแบบยั่งยืน 3.เพิ่มมาตรและการส่งเสริมประสิทธิภาพของการกำกับดูแลการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเล เช่น การควบคุมจำนวนฟาร์มเลี้ยงกุ้ง 4.กระตุ้นให้ส่วนท้องถิ่นเข้ามามีบทบาท และ 5.ส่งเสริมนโยบายและการบริหารทรัพยากร และปรับปรุงให้เอื้อต่อการบูรณาการ
ด้านนางนิศากร โฆษิตรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า ขณะนี้ ทช.ร่วมกับหน่วยงานด้านทรัพยากรทางทะเลกำลังแก้การกัดเซาะในเขตพื้นที่อ่าวไทยตอนในรูปตัว ก ทั้ง 5 จังหวัด มีพื้นที่นำร่องที่บ้านขุนสมุทรจีน ส่วนภาคใต้ตั้งแต่บริเวณระโนด จ.สงขลา และ อ.หัวไทร และแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช กำลังอยู่ระหว่างประเมินรูปแบบการแก้ปัญหา และออกแบบรายละเอียดทางวิศวกรรม อย่างไรก็ตาม สำหรับสิ่งก่อสร้างเดิมที่มีอยู่แล้ว และอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการกัดเซาะในพื้นที่อื่นๆ นั้น กำลังอยู่ในขั้นตอนการสำรวจในภาพรวมทั้งหมด หากพบว่ามีส่วนทำให้เกิดปัญหากัดเซาะจริงๆ อาจต้องปรับปรุงรูปแบบให้เหมาะสม และรื้อออกในบางจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดการกัดเซาะให้รุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ ครม.ยังได้รับร่างหลักการ พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.... ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้ ถือเป็น พ.ร.บ.ฉบับแรกที่ชุมชนชายฝั่งจะมีส่วนร่วมในการจัดการทะเล นางนิศากร กล่าว
ที่มา คมชัดลึก
แนะนำข่าวโดย สมาชิก nathon001
แสดงความคิดเห็น
|
ขณะนี้เว็บไซท์ได้ทำการติดตั้ง ระบบป้องกันข้อความอันไม่พึงปรารถนา แบบอัตโนมัติ (Automatic Spam Messege Fillter) ซึ่งอาจจะส่งผลให้การบันทึกความคิดเห็น ในบางกรณีเกิดความผิดพลาดได้ ถ้าหากระบบปฏิเสธ การแสดงความคิดเห็นของท่าน ขอให้ท่านลองส่งใหม่อีกครั้ง ถ้าหากข้อความข้อท่าน ไม่ใช่ข้อความอันไม่พึงปรารถนา ก็จะสามารถส่งได้เป็นปกติ
|
||