เก็บข่าวมาเล่า
น้ำมัน - สมุย - พะงัน - เต่า กับการทำหน้าที่ของภาคประชาชน
โดย นำโชค
วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม 2553
จากสมาชิก - 30 สิงหาคม 2553 : เช้าวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม 53 เป็นอีกอาทิตย์หนึ่งที่ชาวเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ออกมาทำหน้าที่ของประชาชนที่หวงแหนแผ่นดินเกิด ที่อาศัยทำมาหากินมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย โดยการรวมตัวกันที่ลานเอนกประสงค์ริมทะเลที่บ้านท้องศาลา เกาะพะงัน เพื่อส่งเสียงให้ดังๆอีกครั้งว่า "เราไม่ต้องการน้ำมัน"

นับตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2553 เป็นต้นมาที่ชาวเกาะสมุยโดยกลุ่มรักเฉวงรวมตัวกันเดินขบวนประท้วงต่อต้านการรับฟังความคิดเห็นเรื่องการขุดเจาะสำรวจน้ำมันเป็นครั้งที่ 2 ของบริษัทนิวคอสตอล ซึ่งได้รับอนุญาตสำรวจขุดเจาะในแปลงสัมปทานที่มีระยะห่างจากเกาะสมุยเพียง 41 กิโลเมตรเท่านั้น หลังจากนั้นมาก็มีการทำกิจกรรมบนเกาะสมุยมาต่อเนื่องควบคู่กับการยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง
ต่อมามีการจัดกิจกรรมรูปแบบต่างๆที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของภาคประชาชน และสร้างเครือข่ายร่วมกับพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากการขุดเจาะสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่อ่าวไทย และครั้งล่าสุดคือกิจกรรมประสานมือรอบเกาะสมุยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2553ที่ผ่านมาโดยเครือข่ายรักษ์อ่าวไทย

หลังจากวันที่ 31 กรกฎาคม 53 เป็นต้นไป หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือกระทรวงพลังงาน และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ก็ได้มีการให้ข่าวอย่างต่อเนื่อง โดยเ้น้นประเด็นที่ว่า
-ขุดเจาะมา 5,000 กว่าหลุมทั่วอ่าวไทย ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุแต่อย่างใด
-ชาวบ้านกังวลไปเอง เพราะมีคนมายุยงปลุุกระดม โดยนำกรณีน้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม๊กซิโกมาเป็นตัวจุดชนวน
-ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม มิฉะนั้นจะไม่เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ
-เรามีเทคนิคที่ทันสมัยไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุเหมือนในอ่าวเม๊กซิโก
-การขุดเจาะสำรวจในอ่าวไทยมีความลึกไม่กี่เมตร ไม่เหมือนที่เม๊กซิโกที่ต้องขุดลงไปลึกมาก จึงมีแรงดันมาก เมื่อเกิดการรั่วไหลจึงส่งผลกระทบ
และที่กระทรวงพลังงานเน้นเป็นพิเศษ ในทุกการสัมภาษณ์ และการให้ข่าวคือ
-บริษัทสัมปทานเค้ายังไม่ได้ทำผิดอะไร จะไปยกเลิกสัมปทานได้อย่างไร
และ
-เค้าทำตามขั้นตอนของกฎหมายทุกอย่าง จะไปเอาผิดกับเค้าได้อย่างไร
ในสองประเด็นหลัง สร้างความเจ็บช้ำ และตอกย้ำความเจ็บปวดให้กับท้องถิ่นเป็นอย่างยิ่ง เพราะคนที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ของบริษัทเชฟรอน ในปี 2552 จะได้ยินชัดเจนว่าในห้องประชุมวันนั้นท้องถิ่นย้ำชัดเจนว่า "คัดค้าน และไม่เอา" แต่บริษัทก็สามารถดำเนินการตามแผนงานต่อไปได้
เช้าวันนี้เช่นกัน ชาวเกาะพะงันก็ได้จัดกิจกรรมต่อเนื่องจากที่เกาะสมุยได้ดำเนินการไปเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเริ่มเวทีปราศรัยตั้งแต่เย็นวันที่ 28 สิงหาคม 2553 และจัดเวทีสัมนา รวมพลอีกครั้งในเช้าวันที่ 29 สิงหาคม ตั้งแต่ 9 โมงเช้าเป็นต้นมา

ชาวบ้านทะยอยเดินทางมารวมตัวกันที่ลานเอนกประสงค์ ท้องศาลา มีชาวเกาะสมุยนั่งเรือเฟอรี่ เรือโดยสารตามมาสมทบอย่างทันเวลา รวมพลังกันอย่างเข้มแข็ง


คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวที่เดินทางมาเกาะพะงันได้ร่วมขึ้นเวทีปราศรัย และยินดีรับเรื่องเพื่อไปนำเสนอเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแก้ไขอย่างเร่งด่วนอีกครั้งในเช้าวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม

ผู้นำท้องถิ่น และองค์กรภาคประชาชน นั่งเรียงกันหน้าเวที แถลงจุดยืนของแต่ละคน รวมทั้งตั้งข้อซักถามเพื่อให้คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวได้ชี้แจง พร้อมทั้งยื่นหนังสือร้องเรียน




เวทีปราศรัยจากการคัดค้านเรื่องขุดเจาะสำรวจน้ำมัน เริ่มมีการเมืองเข้ามาพัวพันทีละเล็กทีละน้อย เพราะท้องถิ่นมีความคับแค้นใจว่าทำไมรัฐบาลจึงเลือกที่จะเดินหน้าให้สัมปทาน และอนุญาตให้มีการขุดเจาะสำรวจน้ำมันใกล้บริเวณแหล่งท่องเที่ยวได้ขนาดนี้

พรรคประชาธิปัตย์ถูกหยิบยกมากล่าวถึงอยู่บ่อยครั้ง เพราะถือว่าเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารในคณะรัฐบาลชุดนี้ และมีอำนาจเต็มในการที่จะบริหารจัดการ หรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่กลับปล่อยให้เจ้ากระทรวงพลังงานออกมาให้ข่าว แถลงข่าวแบบที่เรียกว่า "ยืนยันเดินหน้าต่อ และจะไม่มีการทบทวนโครงการนี้เป็นเด็ดขาด"
ที่ชุมนุมถูกปลุกเร้าอย่างต่อเนื่องโดยนายกอบจ. ถึงกับกล่าวว่าหากไม่มีการทบทวน จะพามวลชนไปบุกศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อทวงถามคำตอบ และถ้ายังไม่ได้จะขึ้นไปถึงทำเนียบนายกรัฐมนตรี
ท้องถิ่นได้ยื่นหนังสือผ่านคณะกรรมาธิการไปวันนี้ และจะรอคำตอบอีก 3 สัปดาห์ หากไม่มีคำตอบ คงจะมีมาตรการขั้นเด็ดขาดต่อไป
ส่วนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนและเครือข่ายจะยังคงดำเนินการต่อไป ควบคู่กับการดำเนินการตามกฎหมาย ตามช่องทางที่กฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้
สุดท้ายก่อนขึ้นเรือจากพะงันกลับมาสมุย เชื่อว่าหลายๆคนที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ก็คงรู้สึกไม่ต่างกันว่า ถ้าผู้นำ ผู้แทน และทุกคนทำหน้าที่ของตนเองอย่างเคร่งครัด ประชาชนคงไม่ต้องออกมาแบบนี้ และยุคนี้สมัยนี้ เราคงจะพึ่งพาใครไม่ได้ นอกจากตัวเราเอง อย่าไปหวังว่าผู้แทนของเราจะลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อเราเลย ทั้งๆที่เป็นหน้าที่ของเขาเหล่านั้นในการปกป้องรักษาท้องถิ่นที่เขาเป็นตัวแทน และคงมีแต่ภาคประชาชนเท่านั้นที่ต้องลุกออกมาทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งกันต่อไป





ที่มา www.oknation.net/blog
Aujung
แจ้งลบหัวข้อ




