หน้าทอนฟอรั่ม
ระวังไทม์แชร์ริงกลายพันธุ์
เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าธุรกิจท่องเที่ยวในเมืองไทยได้รับความนิยมอย่างมาก จะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อนในเมืองไทยเป็นเวลานาน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มวัยทำงานและวัยเกษียณอายุจะนิยมเข้ามาอยู่ในเมืองไทยมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเพราะนอกจากชาวต่างประเทศจะหนีหนาวมาพึ่งร้อนแล้ว เมืองไทยยังบันดาลความสุขให้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ค่าครองชีพของในไทยก็ไม่สูงมากนัก แถมคนไทยมีอัธยาศัยที่ดียิ่งติดใจอยากจะอยู่อาศัยยาวนาน เหตุผลเหล่านี้ที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลายรายอยากมีบ้านหลังที่ 2 หลังที่ 3 ในไทย ไม่ว่าจะเป็นวิลลาหรูหรือคอนโดมิเนียมตากอากาศไว้พักผ่อน ซึ่งหากใครผ่านไปตามเมืองตากอากาศอย่างภูเก็ต หรือเกาะสมุย จะเห็นโครงการเหล่านั้นมีผู้อาศัยเป็นชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ในฤดูท่องเที่ยวโดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน
การจูงใจให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาพักอาศัยในเมืองไทย โดยเฉพาะมาอยู่อาศัยยาวนานในเมืองท่องเที่ยวจึงมีมากขึ้น ธุรกิจไทม์แชริง ถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ได้รับความนิยมในเมืองไทย โดยจะมี ผู้ประกอบการที่ทำทางด้านธุรกิจโรงแรม หรือเป็นเชนโรงแรมจากต่างประเทศมาซื้อห้องพักในโครงการคอนโดมิเนียมในหลายแห่ง โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวแล้วมีการขายในรูปแบบไทม์แชริง ผู้ซื้อจะเสียค่าสมาชิกตามช่วงเวลาอาจจะเป็นรายปี แล้วจะสามารถผัดผ่อนได้ตามช่วงเวลาที่ทางบริษัทกำหนด หรืออาจจะไปพักได้ตามสถานที่อื่นหรือในต่างประเทศ ที่สถานที่บริษัทเหล่านั้นกำหนดไว้
ผู้ซื้อไทม์แชริง จะไม่ได้กรรมสิทธิ์ในห้องชุด หรือวิลลานั้น เพียงแต่ได้พักผ่อนในช่วงเวลาที่ซื้อไว้เท่านั้น สิ่งที่จะต้องระวังคือการหลอกลวงของผู้ประกอบการนอกรีต ที่อาศัยรูปแบบดังกล่าวมาทำธุรกิจนี้กลายเป็นสีเทาและไม่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวง โดยบอกว่าเป็นไทม์แชริง แต่เมื่อซื้อไปแล้วอาจจะไม่ได้พักผ่อนในช่วงเวลาดังกล่าว หรือสิ่งที่ระบุในสัญญาว่าจะมีบริการสิ่งใด ที่ได้กลับไม่มี ซึ่งผู้ซื้อที่จะซื้อต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน ยิ่งขณะนี้ธุรกิจไทม์แชร์ริงได้ขยายไปวงกว้างมากขึ้น อาจจะมีชื่อเรียกในหลายรูปแบบ ขยายจนถึงว่าให้ผู้ซื้อสามารถเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมได้ อย่างเช่น โปรแกรมแฟรกชันแนล โอนเนอร์ชิป (Fractional Ownership) หรือการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แบบสัดส่วนในอสังหาริมทรัพย์ ในเบื้องต้นโปรแกรมดังกล่าวนั้น เมื่อลูกค้าซื้อห้องพักที่เป็นวิลลาหรือห้องพัก จะมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมตั้งแต่ 3-13 ราย โดยผู้ซื้อจะสามารถเลือกห้องพักได้ตามช่วงเวลาอาจจะเป็น 1 สัปดาห์, 28 วัน หรือ 1-3 เดือนต่อปี เป็นต้น ซึ่งผู้ซื้อในรูปแบบนี้จะเป็น เจ้าของในช่วงเวลานั้นๆ ต่อปี ซึ่งจะทำให้ห้องพักดังกล่าวมีอัตราการเข้าพักตลอดทั้งปี ตามช่วงเวลาที่ผู้ซื้อในแต่ละราย ซึ่งสัญญาการซื้ออสังหาริมทรัพย์รูปแบบนี้จะเป็นระยะยาวหรือรูปแบบฟรีโฮล โดยทางบริษัทที่ดำเนินการจะเป็นผู้บริหารจัดการเอง ว่ากันว่าโปรแกรมนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมเครือเดอะ ริทซ์ คาลตัน, แมริออท หรือไฮแอท ในต่างประเทศ ทั้งยุโรปและอเมริกาใช้กันมาก ส่วนใหญ่จะเรียกว่าคลับ โดยผู้ซื้อสามารถแลกเปลี่ยนห้องพักได้หากต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อน ส่วนเมืองไทยขณะนี้มีผู้เริ่มนำรูปแบบดังกล่าวมาใช้แล้ว เท่าที่ทราบมีโรงแรมบันยันทรี ภูเก็ต และโครงการเวสต์แซน คอนโดมิเนียม ภูเก็ต ซึ่งส่วนใหญ่นิยมขายโปรแกรมดังกล่าวให้กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งแนวโน้มที่นำรูปแบบดังกล่าวมาใช้มากขึ้นในเมืองไทยเพื่อเจาะกลุ่มเศรษฐกิจคนไทยในระยะเริ่มต้น
สำหรับใครที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์และเห็นโปรแกรมการตลาดในรูปลักษณะนี้ก็ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนเช่นกัน เพราะอะไรมาใหม่ๆ ก็น่าลอง ยิ่งในเรื่องสัญญาที่ต้องชัดเจน รวมถึงอาจจะต้องจ้างทนายความมาช่วยดูแลกันเลย ความน่าเชื่อถือหรือประสบการณ์ที่ทำมาในอดีตเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาจจะโดนหลอกได้
Relate topics
- ตามหาคนครับ
- “ประตูสวรรค์เปิดรับคุณดุสิต นนทะนาคร”
- ประชาคม SML ของหมู่ที่ 3(หน้าทอน) อาทิตย์ที่ื 5 กพ.(10.00 น...ที่ท่าเทียบเรือหน้าทอน(ลมพระยา)
- สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถามผู้รู้ค่ะ กำลังหา apartment ที่หาดละไม เกาะสมุย พัก 2 เดือน ราคาไม่เกิน 12,000 บาทต่อเดือนค่ะ
- เชิญร่วมสนุกโพสต์ภาพคู่รักวันวาเลาไทน์ทางเฟสบุ๊ค "Lomprayah Catamaran"

แจ้งลบหัวข้อ





