หน้าทอนฟอรั่ม
ถึงเวลา…ปัดฝุ่น “ไทม์ แชริ่ง”
การระดมเงินทุนของการเงินนอกระบบในประเทศไทย เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยโบราณ โดยมีหลักฐานปรากฏว่ามีคดีขึ้นสู่ศาลตั้งแต่ปี ร.ศ. 121 ซึ่งอยู่ในรูปแบบของการกู้ยืม การเล่นแชร์ จำนอง จำนำ และขายฝาก เป็นต้น ต่อมาเมื่อภาวะเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงไป การระดมเงินนอกระบบได้พัฒนารูปแบบและวิธีการจนมีลักษณะเป็นการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชน เช่น กิจการเงินต่อเงิน แชร์ลูกโซ่ หรือในรูปแบบอื่นๆ
อาชญากรรมทางเศรษฐกิจประเภทแชร์ลูกโซ่ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงรูปแบบและวิธีการที่ใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงประชาชนให้ซับซ้อนมากขึ้น เช่น แชร์น้ำมัน แชร์อสังหาริมทรัพย์ แชร์อัญมณี แชร์รากหญ้า เป็นต้น แชร์ลูกโซ่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนั้นได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก โดยกลุ่มบุคคลที่ตกเป็นเหยื่อมักเป็นผู้มีรายได้ปานกลาง ตกงาน นักศึกษาที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาและกำลังหางานทำ ประกอบกับในปัจจุบันภาวะทางเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่ประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพทำให้ประชาชนต้องหารายได้เสริมจึงถูกหลอกจากการเงินนอกระบบได้ง่าย โดยกลุ่มมิจฉาชีพอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือ และการนับหน้าถือตาในสังคมใช้รูปแบบต่างๆ เพื่อชักชวนให้ร่วมลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศรับสมัครงานหรือให้สมัครสมาชิก ผ่านทางหนังสือพิมพ์ หรือทางอินเตอร์เน็ต แต่เมื่อหลงเข้าไปสมัครงานหรือสมัครเป็นสมาชิกแล้ว ก็จะใช้วิธีการจ่ายผลตอบแทนในลักษณะแชร์ลูกโซ่เพื่อหมุนเวียนเงินจ่ายให้แก่ผู้ร่วมลงทุน สาเหตุหลักที่ ทำให้ประชาชนถูกหลอกเกิดจากความโลภที่ต้องการผลประโยชน์ตอบแทนสูง หรือ การขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเงินนอกระบบ ทำให้ตกเป็นเหยื่อและถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้
ในปัจจุบันมีการเปิดเสรีทางการเงิน ทำให้มีการประกอบธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับการเงินเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งทางการไม่สามารถออกกฎหมาย ระเบียบ หรือกฎเกณฑ์มาควบคุมดูแลธุรกิจการเงินเหล่านี้ให้อยู่ในขอบเขตได้ทันท่วงที จึงก่อให้เกิดการระดมเงินนอกระบบมากยิ่งขึ้น ประกอบกับการระดมเงินนอกระบบ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว มักแพร่กระจายไปในวงกว้างก่อให้เกิดความเสียหายไปทั่วประเทศ และมักเปลี่ยนแปลงรูปแบบโดยใช้วิธีการใหม่ๆ มาบังหน้า เพื่อเลี่ยงกฎหมาย ทำให้ไม่สามารถติดตามจับกุมได้ทันการ รูปแบบที่เห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุดก็คือ "แชร์ลูกโซ่"
แชร์ลูกโซ่หมายถึง การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนในลักษณะอ้างว่าประกอบธุรกิจต่างๆ แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นการหลอกให้ร่วมลงทุนและใช้วิธีหมุนเวียนเงินโดยนำเงินจากผู้ที่ลงทุนทีหลังไปจ่ายให้แก่ผู้ลงทุนก่อน โดยไม่ได้ประกอบธุรกิจใดๆก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาลโดยรายแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้แก่ แชร์แม่ชม้อย ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นั้นก็ได้มีแชร์ลูกโซ่ในรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกมากมาย หนึ่งในนั้น คือ การอ้างว่าประกอบธุรกิจจัดสรรวันพักผ่อน หรือเรียกว่า “ไทม์ แชร์ริ่ง” (Time Sharing)
ธุรกิจจัดสรรวันพักผ่อนนั้น เป็นการตลาดแบบตรง (Direct Marketing) อีกรูปแบบหนึ่งโดยเติบโตอย่างเงียบๆ ในบ้านเราหลายปีแล้ว ในต่างประเทศนั้นธุรกิจไทม์ แชร์ริ่ง ได้รับความนิยมและสนใจพอสมควร สำหรับในประเทศไทย ไทม์ แชรริ่ง เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งก่อนและหลังวิกฤตทางเศรษฐกิจ สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ไทม์ แชรริ่งเติบโตคือการที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการขยายตัวอย่างกว้างขวาง มีการสร้างที่พัก รีสอร์ท และโรงแรมอย่างมากมายช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาทองของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เลยทีเดียว แต่หลังจากเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจขึ้น ทำให้จำนวนผู้คนที่เข้าพักในที่พัก รีสอร์ท และโรงแรมลดต่ำลง ประกอบกับในช่วงปี 2550 ก็เกิดปัญหาการเมืองภายในประเทศ ยิ่งทำให้การจับจ่ายใช้สอยของทั้งในภาครัฐและเอกชนเกิดการหยุดชะงักลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย รวมทั้งการจัดงานสัมนาหรือจัดกิจกรรม เพื่อสันทนาการตามรีสอร์ท หรือโรงแรมก็ถูกมองเป็นหนึ่งในสินค้าฟุ่มเฟือยเหล่านั้นด้วย และด้วยเหตุดังกล่าวทำให้จำนวนห้องพักภายในประเทศมีล้นมากจนเกินความต้องการ เจ้าของรีสอร์ทและโรงแรมจึงต้องพยายามหากลยุทธ์ ในการที่จะทำให้อัตราการเข้าพักของรีสอร์ทหรือโรงแรมของตัวเองนั้นเพิ่มมากขึ้น หนึ่งในกลยุทธ์ ที่เจ้าของรีสอร์ทและโรงแรมหลายแห่งนำมาใช้ก็คือการขายเวลาพักล่วงหน้าหรือไทม์ แชร์ริ่ง นั่นเอง
จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กลุ่มมิจฉาชีพอาศัยช่องว่างจากธุรกิจไทม์ แชริ่ง ระดมเงินจากประชาชนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ โดยประกอบกิจการให้บริการแก่สมาชิกในรูปของธุรกิจจัดสรรวันพักผ่อน สมาชิกของบริษัทมีสิทธิไปท่องเที่ยวพักผ่อนตามรีสอร์ท หรือสถานที่พักตากอากาศ หรือโรงแรมต่างๆ ที่บริษัทจัดหาให้ฟรี โดยไม่ต้องจ่ายค่าที่พักเป็นเวลา 4 วัน 4 คืนต่อปี โดยสมาชิกจะได้รับสิทธิดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลา 20 ปี นอกจากนี้สมาชิกของบริษัทยังมีสิทธิได้รับการบริการประเภทอื่นๆ เช่น สามารถใช้บริการสถานที่ออกกำลังกาย รวมทั้งการซื้ออาหาร สินค้า หรือใช้บริการสถานพยาบาลต่างๆ ที่บริษัทจัดหาให้ โดยได้รับส่วนลดพิเศษ ซึ่งความเป็นจริงแล้วบริษัทไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้บริการตามที่กล่าวอ้าง แต่เป็นข้อกล่าวอ้างเพื่อหลอกลวงปิดบังเจตนาอันแท้จริง โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะระดมเงินจากประชาชน โดยโฆษณาชวนเชื่อผ่านทางสื่อต่างๆ ว่า จะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูง และจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้กับสมาชิกที่สามารถชักชวนบุคคลอื่นให้มาสมัครเข้าเป็นสมาชิกใหม่ หรือชักชวนบุคคลภายนอกให้เข้ามาฟังการอบรมบรรยายจากวิทยากรของบริษัทเพื่อที่จะได้สมัครสมาชิกต่อเนื่องกันไป โดยจะจ่ายผลตอบแทนให้ในรูปแบบแชร์ลูกโซ่
การระดมทุนของบริษัทดังกล่าวได้มีการขยายตัวออกไปในต่างจังหวัดอีกหลาย จังหวัดอย่างรวดเร็ว และยังแพร่หลายเข้าไปในกลุ่มข้าราชการครู หรือข้าราชการอื่น นิสิตนักศึกษา ประชาชนผู้มีรายได้น้อย ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมากทั้งภาครัฐและเอกชน
ย้อนรอยคดีดังในอดีต
ประมาณปี 2534 บริษัท บลิสเชอร์ อินเตอร์กรุ๊พ จำกัด ได้อ้างว่าประกอบธุรกิจจัดสรรวันพักผ่อน หรือไทม์ แชริ่ง โดยลักษณะของธุรกิจนี้จะเปิดรับสมาชิกจำนวนมาก และผู้สมัครในชั้นแรกจะต้องจ่ายเงินจำนวน 30,000 บาท และจะมีสิทธิ์เข้าพักในโรงแรมต่างๆ เป็นเวลา 4 วัน 4 คืนต่อปี นาน 20 ปี และมีเงื่อนไขว่าหากผู้สมัครจัดหาสมาชิกเข้าร่วมโครงการจะได้ค่าตอบแทน 20% และหากสามารถจัดหาผู้สมัครรายอื่นเพิ่มเติมได้อีก ก็จะได้รับค่าตอบแทนอีก 20% โดยที่ผู้สมัครที่ให้การแนะนำเป็นคนแรก ก็จะได้ค่าตอบแทนเช่นกันลดหลั่นกันไป และผู้ชักชวนมักจะถูกกระตุ้นจากทางบริษัทอยู่เสมอๆ ว่า หากหาสมาชิกเพิ่มได้อย่างน้อย 4-5 คน ก็จะคุ้มทุน 30,000 บาทที่เสียไปแล้ว แต่ถ้าหาสมาชิกได้จำนวนมากกว่านี้ รายได้จากเปอร์เซ็นต์ก็จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการจ่ายผลตอบแทนในลักษณะการหมุนเวียนเงินตามแบบแชร์ลูกโซ่ ท้ายที่สุด บริษัท บลิสเชอร์ฯ ก็ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 4 และ 5 ในฐานความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 โดยคดีของ บริษัท บลิสเชอร์ฯ ถือเป็นคดีที่ต่อสู้ยาวนานมากคดีหนึ่ง ซึ่งใช้ระยะเวลานานถึง 15 ปี ที่ถูกฟ้องในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
คดีแชร์ลูกโซ่ บริษัท บลิสเชอร์ฯ ถือว่าเป็นคดีตัวอย่างของการกระทำที่เข้าข่ายการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 เนื่องจากบริษัทฯ มีการโฆษณาหรือประกาศให้ปรากฏต่อประชาชนทั่วไป หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ปรากฏแก่บุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ในการกู้ยืมเงิน โดยสัญญาว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินที่จะพึงจ่ายได้ โดยที่บริษัทฯ หรือบุคคลดังกล่าวรู้อยู่แล้วว่าจะนำเงินจาก ผู้ร่วมลงทุนรายใหม่มาจ่ายหมุนเวียนให้แก่ผู้ร่วมลงทุนรายเก่าในลักษณะที่ต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ และรู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถประกอบกิจการใดๆ โดยชอบด้วยกฎหมายที่ให้ผลกำไรได้เป็นจำนวนมากตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 – 10 ปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึง หนึ่งล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่
นายทิวนาถ ดำรงยุทธ และคณะ กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ สป.กค.
Relate topics
- ตามหาคนครับ
- “ประตูสวรรค์เปิดรับคุณดุสิต นนทะนาคร”
- ประชาคม SML ของหมู่ที่ 3(หน้าทอน) อาทิตย์ที่ื 5 กพ.(10.00 น...ที่ท่าเทียบเรือหน้าทอน(ลมพระยา)
- สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถามผู้รู้ค่ะ กำลังหา apartment ที่หาดละไม เกาะสมุย พัก 2 เดือน ราคาไม่เกิน 12,000 บาทต่อเดือนค่ะ
- เชิญร่วมสนุกโพสต์ภาพคู่รักวันวาเลาไทน์ทางเฟสบุ๊ค "Lomprayah Catamaran"

แจ้งลบหัวข้อ




