หน้าทอน
Is Nathon Going to DiE ?
เรื่อง ปานเทพ วิริยานนท์
ภาพ หน้าทอนซิตี้

หลายๆ คนอาจมองว่าหน้าทอนเป็นชุมชนที่มีความพร้อมแล้วในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา ระบบระบายน้ำ การพัฒนาจึงน่าจะกระจายไปสู่พื้นที่อื่นๆ มากขึ้น ทว่าความจริงแล้วหน้าทอนเป็นเสมือนพื้นที่ตัวอย่างของการขยายตัวของเมืองที่มีผู้คนหนาแน่นมากขึ้นและจำเป็นจะต้องอาศัยการบริหารจัดการเพิ่มมากขึ้นตามปัญหาที่มากขึ้น และเป็นปัญหาที่แตกต่างกับการจัดการพื้นที่อื่นๆ บนเกาะสมุย เพราะเป็นทั้งที่ตั้งท่าเรือ หน่วยงานราชการรัฐวิสาหกิจ โรงเรียน แหล่งน้ำและป่าใหญ่ ซึ่งภาครัฐทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นจะต้องเรียนรู้เพื่อจัดการกับชุมชนอื่นๆ ที่กำลังเติบโตและมีผู้คนอาศัยหนาแน่นขึ้นเช่นเดียวกันในอนาคต
ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนเมืองจะค่อยๆ เกิดขึ้นกับชุมชนอื่นๆ เหมือนกับที่ยังคงมีอยู่ที่ชุมชนหน้าทอน ที่ปัญหาเก่ายังแก้ไขไม่ได้ ก็มีปัญหาใหม่ตามมา แต่ก็เป็นที่น่ายินดีว่าคนในชุมชน ก็ยังคงคิดและหวังว่าในอนาคตการพัฒนาเมืองไม่อาจดำเนินไปในรูปแบบเดิมๆได้ และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวางแผนและกำหนดอนาคตของชุมชนเอง และได้นำเสนอความต้องการเพื่อรับการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อจะเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้หน้าทอนชุมชนที่สร้างกันมามากกว่า 200 ปีกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง
หน้าทอนปัจจุบัน ยังคงเป็นชุมชนหลักที่สำคัญของเกาะสมุย เป็นประตูเมือง (Gateway) ของการเข้าออกเกาะสมุย ผ่านไปสู่บริเวณอื่นๆรอบเกาะสมุย เป็นจุดที่กระจายความเจริญไปสู่จุดอื่นๆ และสุดท้ายกำลังจะกลายเป็นเพียงเมืองที่คึกคักเฉพาะยามที่เรือโดยสารเข้าออกท่าเรือ แต่ปรากฏว่าชุมชนแรกของเกาะสมุยที่ต้อนรับอาคันตุกะและเป็นประตูเมืองกลับไม่ได้สร้างภาพที่น่าประทับใจให้กับผู้มาเยือนและนักท่องเที่ยว ทิศทางการจราจรสับสนทั่วทั้งตลาดหน้าทอน มีป้ายจราจรชั่วคราวเหมือนกับทดลองวิธีการใหม่ๆ จนให้เกิดความเคยชินและยอมรับในที่สุด การจอดรถริมทางสัญจรซึ่งดูราวกับว่าไม่มีเจ้าภาพอาสาที่จะกล้ามาจัดการเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง ทำไมเมื่อถึงเดินทางถึงฝั่งเกาะสมุยมองเห็นชายหาดแสนสวยแต่ริมฝั่งกลับมีขยะกลาดเกลื่อน ม้านั่งหักพัง ถนนทางเท้าชำรุดตลอดเส้นทางริมทะเล ฝาปิดท่อระบายน้ำชำรุด มีป้ายต่างๆมากมายแย่งกันโฆษณาจนน่าเวียนหัว ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะพบเห็นภาพเหล่านี้ในเมืองท่องเที่ยวที่ประชาสัมพันธ์ว่ามีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก และเมื่อมองบนภูเขาที่เป็นฉากหลังของเมืองก็มีรอยด่าง กระจายเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วสร้างความฉงนว่าเมืองท่องเที่ยวธรรมชาติ ในอนาคตของเกาะสมุยจะเป็นอย่างไร
สำหรับคนในชุมชนเองแล้ว เมื่อได้เห็นพัฒนาการของการเที่ยวของเกาะสมุยที่นับวันจะเติบโตมากขึ้น แต่หลายคนได้ตั้งคำถามว่าหน้าทอนกำลังจะตายจริงหรือ ? หน้าทอนกำลังจะหายจากแผนที่ท่องเที่ยวของสมุยแล้วหรือ? เมื่อได้เห็นปัญหาของชุมชนแล้วจะช่วยกันแก้ปัญหาอย่างไรแม้การแก้ปัญหาจะได้รับการสนองตอบอย่างดีตลอดมาจากทางเทศบาลฯ แต่อาศัยเพียงกำลังหน่วยงานภาครัฐคงไม่เพียงพอที่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะการทุเลาปัญหายังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในระยะยาว คนในชุมชนหลาย ๆ คนจึงได้รวมตัวกันช่วยกันหาทางวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาของชุมชนเอง อาศัยองค์ความรู้และประสบการณ์มาบูรณาการร่วมกัน ทั้งคนในชุมชนเดิมหลากหลายวัย คนเกาะสมุยและคนต่างถิ่นที่รักที่จะเห็นหน้าทอนเป็นเมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว รวมทั้งอาศัยข้อคิดเห็นในมุมมองของนักวิชาการและความเห็นของชาวต่างประเทศที่เคยได้เห็นการจัดการเมืองในแง่มุมต่างๆ กัน ซึ่งแทบทั้งหมดได้มีความเห็นสอดคล้องกันว่าจำเป็นที่จะต้องมีวางแผนกำหนดทิศทาง (Positioning)ของเมืองในระยะยาว ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเผชิญกับปัญหาแปลกใหม่มากขึ้นทุกวัน ทั้งนี้การดำเนินการแนวทางนี้จะประสบความสำเร็จไม่ได้หากได้ไม่อาศัยการมีส่วนร่วมและการผลักดันอย่างเป็นรูปธรรมทั้งจากภาครัฐและชุมชน
บทบาทของแต่ละเมืองและชุมชนบนเกาะสมุยต่อจากนี้ไป จะมีภาระของชุมชนแตกต่างกันตามภูมินิเวศน์ และภูมิสังคม ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐและชุมชนจะต้องร่วมกันวางบทบาทของพื้นที่ตัวเอง เช่น ชุมชนเฉวง-แม่น้ำ-บ่อผุด อาจจะเป็นเมืองตากอากาศที่ทันสมัยสำหรับชาวต่างประเทศ ชุมชนมะเร็ต-หน้าเมือง-ตลิ่งงามอาจจะเป็นชุมชนวัฒนธรรมสมุยและท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ชุมชนอ่างทอง-ลิปะน้อยยังเป็นประตูเมือง ศูนย์ราชการหลัก บริการและขนส่งทางทะเล เป็นต้น
การพัฒนาในแต่ละชุมชนจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นไปในรูปแบบเดียวกัน เมื่อบทบาทของแต่ละชุมชนชัดเจนแนวทางการพัฒนาและอนุรักษ์ ก็จะกำหนดได้ชัดเจนมากขึ้น แม้การพัฒนาเกาะสมุยจะรองรับผู้คนได้ทั่วโลกแต่ก็ต้องไม่ลืมคนท้องถิ่นเดิม และผู้ยังได้รับประโยชน์จากท่องเที่ยวไม่มากนัก เพราะมิฉะนั้นความแตกต่างและหลากหลายของผู้คนทั้งเชื้อชาติ ภาษา ค่านิยมและรายได้บนเกาะสมุยจะนำไปสู่ภาวะสังคมที่ตึงเครียดมากขึ้น
ประชาคมตำบลอ่างทอง ที่ประกอบด้วย ตัวแทนชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการชุมชน สภาหน้าทอน ได้เคยนำเสนอบทบาทของตำบลอ่างทอง และ ยุทธศาสตร์หลักในการพัฒนาพื้นที่ต่อเทศบาลตำบลเกาะสมุย เมื่อ ปี พ.ศ. 2547 โดยเสนอ 3 โครงการ ได้แก่ 1. พิจารณาจัดทำผังเมืองเฉพาะ (Specific Urban Planning) ของตำบลอ่างทอง เพื่อเป็นกรอบผังแผนแม่บทพัฒนาพื้นที่ชุมชนบ้านแหลมดิน บ้านหินลาด บ้านหน้าทอน บ้านตะเกียน และบ้านบางมะขาม ด้วยต้องการพัฒนาพื้นที่ครอบคลุมทั้งเมือง (City) ชายทะเล (Beach) และการขยายพื้นที่เมืองบริเวณที่ราบและเนินเขา (Mountain) เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนในระยะยาว โดยวางแผนจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เป็นระเบียบสวยงาม วางแผนระบบสาธารณูปโภครองรับการขยายตัวของเมือง และพัฒนาการท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ ควบคู่กับโครงการที่ 2 ได้แก่ โครงการตัดถนนสายอ้อมเมืองอ่างทองและลิปะน้อย ความยาวถนนประมาณ 4 กิโลเมตร เพื่อเป็นขอบเขตพื้นที่ในการพัฒนาผังพื้นที่เฉพาะ และแก้ปัญหาการจราจรของถนนในบริเวณตัวเมืองและถนนสายหลักปัจจุบันที่เกินความสามารถที่จะรองรับการจราจรได้ ควบคู่ไปกับการสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมในตัวเมือง และโครงการที่ 3 เพื่อยกระดับการเป็นประตูสู่เกาะสมุย มีบรรยากาศที่ดึงดูดและสร้างความประทับใจแก่ผู้แขกผู้มาเยือนริมหาดหน้าทอนตั้งแต่ลิปะใหญ่ถึงบางมะขาม ได้แก่ โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์หาดหน้าทอน ด้วยการเสนอให้มีการฟื้นฟูและสร้างหาดสาธารณะ ปรับสภาพภูมิทัศน์ ให้มีลานกิจกรรมชุมชนและชาวสมุย มีพิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวธรรมชาติของเกาะสมุยโดยรวม
แนวทางการเสนอโครงการทั้งสามนี้ได้สอดคล้องกับการศึกษาในปี พ.ศ. 2549 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ใน “โครงการวางและจัดทำแผนผังนโยบายการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินและโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกบริเวณเกาะสมุยและปริมณฑล” ทางประชาคมตำบลอ่างทองจึงมีความเห็นว่าแนวที่เสนอจากชุมชนเป็นแนวทางที่เป็นไปได้ และหากโครงการทั้งสามได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารท้องถิ่นแล้ว แนวทางการพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบจะสามารถแก้ปัญหาหลักของเมืองได้ในอนาคต
และในปีเดียวกัน (2549) ทางเทศบาลตำบลเกาะสมุย ในสมัยนายกเทศมนตรีวรากรณ์ รัตนรักษ์ มีการศึกษา โครงการฟื้นฟูชายหาดและปรับสภาพภูมิทัศน์เพื่อกิจกรรมชุมชนและการท่องเที่ยวหาดหน้าทอน ( Nathon-Samui Seafront Development Master Plan) โดยมีที่ปรึกษาจากสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการศึกษา แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2550 ด้วยหวังว่าการได้เริ่มโครงการในลักษณะนี้คงจะช่วยให้ลดความขัดแย้งและความสับสนในการพัฒนาครอบคลุมทั้งพื้นที่ชายหาดหน้าทอน
ที่ผ่านมา ชุมชนในเกาะสมุยมีที่พักผ่อนทั้งทะเล และภูเขา ความต้องการพื้นที่พักผ่อน ออกกำลังกาย ยังไม่มีความจำเป็นมากนัก แต่เมื่อมีการพัฒนาเป็นเมืองมากขึ้น ภูเขาและชายหาดกลายเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล มีข้อจำกัดในการใช้พื้นที่มากขึ้น เมืองใหญ่ที่มีผู้คนหนาแน่น แต่รัฐยังไม่ตอบสนองด้วยการจัดให้มีสวนสาธารณะมากขึ้นเหมือนเช่นเมืองใหญ่ทั่วๆไป ในโครงการนี้จึงเน้นในการเพิ่มพื้นที่สาธารณะมากกว่า 30 ไร่ริมชายฝั่งทะเลเพื่อจัดกิจกรรมสำหรับคนทุกวัยไม่ว่าจะเป็นชาวสมุยหรือผู้มาจากต่างถิ่น รวมถึงนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ของชุมชนและเกาะสมุย
นายเชิดชาย พนัสอำพน หนึ่งในสมาชิกสภาหน้าทอน กล่าวว่า การดำเนินการร่วมกันของเทศบาลและชุมชนในลักษณะนี้จะช่วยลดความสับสนและการคัดค้านจากชุมชน และจะทำให้ชุมชนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการพัฒนาของภาครัฐ เหมือนกับเมืองอื่นๆที่พัฒนาแล้วสวยงาม อีกทั้งยังเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ลดความกังวลของชาวบ้านกับโครงการต่างๆที่จะเกิดขึ้นโดยที่ชาวบ้านไม่มีส่วนรับรู้หรืออาจจะไม่ต้องการจนทำให้หลายๆโครงการไม่ประสบผลสำเร็จหรือเมื่อสร้างแล้วก็ขาดความร่วมมือในดูแลทรัพย์สมบัติสาธารณะ
การพัฒนาตามผังแม่บทนี้เปรียบเป็นฉันทามติร่วมกันของชุมชนและชาวเกาะสมุย รวมทั้งเทศบาลในยุคต่อๆไปที่ช่วยกันพัฒนาตามที่ตั้งใจไว้ จริงๆ แล้วการมีแผนพัฒนาแบบนี้จะทำให้การบริหารงบประมาณชัดเจนและเป็นขั้นตอนมากยิ่งขึ้น และจะสามารถปรับให้ทำได้ง่ายๆ ตามงบประมาณที่เหมาะสม เพื่อให้มีการพัฒนาในระยะยาวให้ได้ภาพตามที่ต้องการโดยไม่ขัดแย้งกัน
นายอานนท์ วาทยานนท์ ตัวแทนร่วมและติดตามคณะทำงานโครงการ ให้ความเห็นว่า โครงการนี้แม้จะไม่ได้สิ่งที่ดีที่สุด แต่เชื่อว่าจะเป็นโครงการต้นแบบการในการเรียนรู้และมีส่วนร่วมของภาครัฐและชุมชนในการจัดทำโครงการขนาดใหญ่ เพราะกว่าจะมาเป็นแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่เช่นนี้ได้ต้องอาศัยกำลังใจ ความตั้งใจ และความร่วมมือร่วมของหลายฝ่าย ถ้าปรากฏโครงการได้เป็นจริงก็คิดว่าจะเป็นโครงการที่น่าสนใจเพราะได้จัดให้มีทั้งพื้นที่จัดกิจกรรมระดับชุมชน ตำบลและทั่วทั้งอำเภอ และสามารถที่จะดึงดูดการท่องเที่ยวได้แน่นอน เพราะได้สนองตอบคำถามและหาข้อสรุปในหลายๆปัญหาที่ตั้งไว้ ไม่ว่าการจราจร พื้นที่กิจกรรม พิพิธภัณฑ์ชุมชนและ จุดหมายตาที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองสมุย (Landmark)
โครงการนี้น่าจะเป็นกรณีศึกษาในการฟื้นฟูสภาพธรรมชาติเมืองท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกฝ่ายจะได้ตระหนักว่าถึงการวางแผนที่ดีในการป้องกันปัญหาจะใช้เงินน้อยกว่าการฟื้นฟูธรรมชาติที่สูญเสียไป ที่น่าเป็นห่วงก็คือในขั้นตอนต่อไปการบริหารจัดการพื้นที่จะทำอย่างไร และจะต้องมีกระบวนนี้ควบคู่กันไปตั้งแต่เริ่มก่อสร้างคงไม่ปล่อยให้โครงการเกิดแล้วค่อยมาคิดทีหลัง
สำหรับอีกโครงการถนนอ้อมเมืองอ่างทองถึงลิปะน้อย จากสภาพการจราจรในปัจจุบัน ประชาคมตำบลอ่างทอง ยิ่งเห็นได้ชัดว่าทางแก้ปัญหาการจราจรในระยะยาวจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทางออกด้วยโครงการนี้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่พัฒนาต่อเนื่องยาวนานมาหลายยุค ด้วยหวังว่าเทศบาลฯร่วมกับหน่วยงานที่มีความสามารถได้หาแนวทางการเพื่อหาเส้นทางสายอ้อมเมืองที่เป็นไปได้ การดำเนินโครงนี้คงไม่ยากไปกว่าการตัดถนนเส้นใหม่ในเมืองใหญ่ทั่วไป ไม่ว่าในกรุงเทพมหานคร หรือ สายอ้อมเมืองสุราษฎร์ธานีและเมืองอื่นๆ นอกจากนี้เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางแผนการใช้พื้นที่ควบคู่ไปด้วยกับการจัดทำผังเมืองเฉพาะ (Specific Urban Planning) ครอบคลุมการใช้พื้นที่ถึงถนนเส้นใหม่ อันจะให้เกิดเมืองใหม่ที่เป็นระเบียบสวยงาม เพิ่มมูลค่าให้ที่ดินเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้อาศัยทั้งริมทะเล ตัวเมืองในพื้นที่ราบและพื้นที่เนินเขา
อดีตผู้ใหญ่สุทธิพร(ดุ่ย) สุรินทร์วรางกูร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 หน้าทอน กล่าวว่า โครงการถนนอ้อมเมืองมันเป็นเหมือนภารกิจสืบทอดจากคนรุ่นเก่าของคนในชุมชน และผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านหลายๆคนทั้งผู้ใหญ่บ้านบางมะขาม บ้านตะเกียน บ้านหน้าทอน บ้านหินลาด รุ่นก่อนๆ ที่ช่วยกันคิดและพยายามมาโดยตลอด ที่หวังว่าจะมีถนนเส้นนี้ เพื่อให้เมืองจะได้การเชื่อมโยงระหว่างหมู่บ้านทั้งตำบลอ่างทองและลิปะน้อยสะดวกขึ้น และคิดว่าน่าจะเกิดขึ้นพร้อมกับการพัฒนาเมืองใหม่อย่างมีระบบ ซึ่งน่าจะเป็นไปได้มากที่สุดเพื่อลดข้อปัญหาในพื้นที่ทั้งผู้ที่ได้และเสียผลประโยชน์ โดยหาทางเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุด เท่าที่ทราบปัจจุบันมีกฎหมายการจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่ ( Land Readjustment) ที่จะทำให้มีการจัดการที่ดินอย่างเป็นธรรม และน่าเป็นแนวทางหนึ่งในการลดปัญหาที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการเวนคืนที่ดิน โดยอาศัยความร่วมมือของชาวบ้านในแต่ละหมู่บ้านเองที่ต้องการพัฒนาพื้นที่เพื่อชุมชนที่ดีในอนาคต
วันนี้ แนวทางที่ชุมชนได้นำเสนอได้รับการยอมรับจากเทศบาลเมืองเกาะสมุย และในปีงบประมาณ 2553 สภาเทศบาลเมืองเกาะสมุยอนุมัติงบประมาณสำหรับการออกแบบรายละเอียดในโซนพื้นที่ที่ 3 ของผังแม่บท (Master Plan) ที่ได้ศึกษาตั้งแต่ปี 2549-2550 บริเวณพื้นที่สะพานท่าเรือทั้งสามถึงกระโจมไฟ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางของเมืองและโครงการปรับภูมิทัศน์ชายทะเลหน้าทอน แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึง 3 ปีแต่ความหวังที่จะได้เห็นการพัฒนาเมืองให้ดีขึ้นยังไม่หมดไป
อีกโครงการหนึ่งที่ทางเทศบาลเมืองเกาะสมุย โดยนายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีเมืองเกาะสมุยและคณะผู้บริหารได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองในรูปแบบที่ต้องการเห็นเมืองมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างมีมาตรฐาน จึงได้ริเริ่มโครงการในปีนี้ (2553) ได้แก่ โครงการสำรวจความเป็นไปได้ในการจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่บริเวณหลังตลาดหน้าทอนระหว่างคลองจระเข้และคลองลิปะใหญ่ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการพัฒนาในอนาคตควบคู่ไปกับการกำหนดแนวเส้นทางถนนสายอ้อมเมือง และจะเป็นพื้นที่นำร่องในการจัดรูปที่ดินพื้นที่แรกของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้โครงการดังกล่าวสำเร็จได้ สมควรที่จะมี “คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่หน้าทอน” เพื่อช่วยกันติดตามดูแล จัดกิจกรรมและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ให้ได้ตลอดไป เพื่อไม่ให้เป็นโครงการที่เพ้อฝันแต่จะเป็นโครงการเพื่อชุมชนยุคใหม่ที่มีสภาพแวดล้อมดีขึ้น มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มาตรฐาน ได้แก่ ถนน ประปา ไฟฟ้า ระบบระบายน้ำ สวนสาธารณะ และส่วนบริการฯลฯ เพราะเป็นการประสานการพัฒนาชุมชนโดยภาครัฐและเอกชน ที่ดินแปลงใหม่แต่ละแปลงจะมีมูลค่าสูงขึ้น ชาวบ้านจะได้ไม่รอแต่ขายที่ดินราคาถูกหรือต้องทิ้งถิ่นฐานเพราะไม่มีความสามารถในการพัฒนาด้วยตัวเองเพียงลำพัง โครงการที่แม้จะต้องใช้เวลามาก แต่เมื่อใดทำสำเร็จก็จะเป็นแนวทางในการจัดการกับพื้นที่อื่นๆต่อไป
ข้อมูลเพิ่มเติม
หน้าทอนคึกคัก
สมานฉันท์
hit hit
หน้าทอนคึกคัก
forget me not
dodos
Kana
หน้าทอนคึกคัก
monsoon
hit hit
หน้าทอนคึกคัก
chalee samui
แจ้งลบหัวข้อ
