เก็บเรื่องมาฝาก
รถไฟไทย เมื่อประชาชนเป็นตัวประกัน
วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ปีที่ 32 ฉบับที่ 11432 มติชนรายวัน
โดย วันชัย ตัน
มีคนเคยบอกผู้เขียนว่า ข้อดีของรถไฟไทยที่สอบผ่านมีอยู่ประการเดียวคือ เกิดอุบัติเหตุน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับการเดินทางโดยรถยนต์
ส่วนข้ออื่นสอบตกหมด
เมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนมีโอกาสขึ้นรถไฟไปหนองคาย มีนัดหมายสำคัญ ออกจากกรุงเทพฯประมาณหกโมงเย็นเศษๆ ตามหมายกำหนดการจะถึงหนองคายประมาณเจ็ดโมงกว่าของวันรุ่งขึ้น แต่เอาเข้าจริงรถไฟมาถึงหนองคายร่วมสิบโมง
สายไปเกือบสามชั่วโมง ทำให้ผู้เขียนพลาดธุระครั้งสำคัญ แต่ไม่รู้ว่าจะไปเรียกร้องจากใคร เพราะการรถไฟไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ไม่มีคู่แข่งที่จะคอยกดดันให้ต้องปรับปรุงบริการ
แน่นอนว่าผู้โดยสารทุกคนต่างมีประสบการณ์ร่วมกัน ก้มหน้าก้มตายอมรับความจริง ไม่ปริปากบ่น หากเลือกได้คงจะหนีไปใช้รถโดยสาร รถยนต์ส่วนตัวกันหมดแล้ว
การไม่ตรงเวลา ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง ห้องน้ำเหม็น การบริการห่วยแตก มีหนู แมลงสาบวิ่งพล่านในตู้รถไฟ จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ประจานการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มาหลายสิบปีแล้ว
ขณะที่ เมื่อ พ.ศ.2471
แทบไม่น่าเชื่อว่า จากการรถไฟอันทันสมัยที่สุดในเอเชีย มีโรงเรียนช่างเป็นของตนเอง มีที่ดินมหาศาล แต่ทุกวันนี้กลับล้าหลังกว่าหลายประเทศในแถบอินโดจีน
ในอดีต ร.ฟ.ท.เคยเป็นที่รวมวิศวกรชั้นนำหัวกะทิของประเทศ ไม่ต่างจาก กฟผ. หรือบริษัทปูนซิเมนต์ไทย แต่เวลาผ่านไปคนเก่งๆ ค่อยๆ ทยอยลาออก เหลือแต่ผู้บริหารที่ด้อยคุณภาพ
เมื่อไม่นานมานี้ บรรดาผู้บริหารของ ร.ฟ.ท.พากันแห่ไปดูงานการรถไฟของประเทศอินเดีย เพราะตอนนี้รถไฟอินเดียกลายเป็นกรณีศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่สามารถพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรมหาศาลได้สำเร็จ
รถไฟอินเดีย มีอายุเก่ากว่าร้อยห้าสิบกว่าปีมากกว่ารถไฟไทยที่มีอายุ 113 ปี และผูกพันกับคนอินเดียมาก เพราะถือเป็นการคมนาคมที่มีเครือข่ายกว้างขวาง เข้าถึงผู้คนทั่วประเทศได้มากที่สุด
รางรถไฟอินเดียมีความยาวทั้งหมดถึง 64,000 กิโลเมตร ขณะที่รางรถไฟไทยมีไม่ถึง 4,000 กิโลเมตร และส่วนใหญ่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5
แต่ละวัน อินเดียมีรถไฟวิ่งมากกว่า 11,000 ขบวน เพื่อขนผู้โดยสาร 18 ล้านคน และสินค้า 2 ล้านตัน มีตั๋วรถไฟหลายระดับราคาให้เลือกนั่ง เป็นรถไฟสำหรับคนจนไปถึงคนรวยโดยแท้ ราคาค่าโดยสารชั้นสามของคนจนระยะทางข้ามคืนราคาเพียง 80 กว่าบาท ขณะที่ค่าโดยสารรถไฟชั้นหนึ่งอาจจะพอๆ กับค่าโดยสารเครื่องบิน
การรถไฟอินเดียเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดยักษ์ ใหญ่โต อุ้ยอ้าย ถือว่าเป็นองค์กรที่มีลูกจ้างมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง คือมีพนักงานทำงานถึง 1.6 ล้านคน และหากรวมถึงผู้คนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับกิจการการรถไฟอินเดียทั้งทางตรงและ ทางอ้อม อาจจะมีมากถึง 80 ล้านคน
ในอดีตรถไฟของอินเดียได้ชื่อว่าสกปรก ห้องน้ำเหม็น ไม่ตรงเวลา ไม่ทันสมัย และขาดทุนมหาศาล แต่ทุกวันนี้รถไฟอินเดียที่อุ้ยอ้าย ได้มีการปรับปรุงคุณภาพขึ้นมากจนพลิกจากขาดทุนสะสมมานับสิบปี เป็นกำไรขึ้นมา
รถไฟอินเดีย ได้ผ่านการปฏิรูปการบริหารอย่างจริงจัง เอามืออาชีพเข้ามาทำงานในทุกภาคส่วน ผู้บริหารการรถไฟอินเดียได้ปรับปรุงการขนส่งและการบริหารอย่างจริงจัง ทั้งการใช้หัวรถจักรและรางรถไฟอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเพิ่มรอบการบรรทุกขนส่งสินค้าและผู้โดยสารให้มากขึ้น จนทำให้การรถไฟอินเดียทำรายได้ถึงปีละประมาณ 600,000 ล้านบาท
อีกไม่กี่ปีการรถไฟของอินเดียจะพัฒนาให้มีรถไฟหัวจรวดขับเคลื่อนด้วยความ เร็วชั่วโมงละ 350 กิโลเมตร เช่นเดียวกับการรถไฟเวียดนามที่เกิดทีหลังบ้านเรา แต่ตอนนี้กำลังสร้างรถไฟหัวกระสุนความเร็วสูง จากกรุงฮานอยเมืองหลวงของเวียดนามสู่เมืองโฮจิมินห์ซิตี้ทางใต้
ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย มีหัวจักร 212 หัวจักร แต่วิ่งได้เพียง 135 หัวจักร และมีผลประกอบการขาดทุนปีละเกือบ 8,000 ล้านบาท ต่อเนื่องกันมาตลอด และมีหนี้สินสะสม 70,000 กว่าล้านบาท หากเป็นบริษัทเอกชนก็ล้มละลายมานานแล้ว
เป็นที่น่าสังเกตว่า ทุกครั้งที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ใน ร.ฟ.ท. มักจะถูกต่อต้านจากคนของการรถไฟภายใต้ชื่อสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟ แห่งประเทศไทย ด้วยเหตุผลเดิมๆ คือ ต่อต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ หรือป้องกันนักการเมืองเข้าไปล้วงลูก แต่ที่ผ่านมาคนภายนอกไม่มีโอกาสเข้าไปดูว่าภายในการรถไฟมีการบริหารจัดการ กันอย่างไร จึงได้ขาดทุนบักโกรกขนาดนี้
หลายคนคงไม่ทราบว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยงานเดียวที่มีการสืบทอด ทายาท หากพ่อทำงานที่การรถไฟแล้ว ลูกๆ จะได้สิทธิทำงานต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด แม้แผนการปรับโครงสร้างรถไฟมีการระบุว่าสามารถรับคนภายนอกมาทำงานแค่ 5% ยังถูกต่อต้านจากสหภาพแรงงานฯ
ร.ฟ.ท.เป็นรัฐวิสาหกิจหนึ่งในสองแห่ง ที่คนเกษียณอายุได้บำเหน็จก้อนหนึ่งแล้วยังสามารถได้บำนาญกินไปตลอดชีวิต จนทำให้ทุกวันนี้มีพนักงานเกษียณอายุไปแล้ว 13,000 คน ที่ ร.ฟ.ท.มีภาระต้องจ่ายเงินค่าบำนาญให้อีก 5 หมื่นกว่าล้านบาท
ทุกวันนี้ ร.ฟ.ท.มีพนักงาน 13,000 คน เรียกว่าคนล้นงานเกินครึ่ง แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่มีการพัฒนา ไม่มีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้น ที่ดินหลายหมื่นไร่ทั่วประเทศก็ถูกคนในการรถไฟและนักการเมืองช่วยกันเถือ ช่วยกันแล่ไปทีละชิ้น
เป็นองค์กรแดนสนธยาที่คนนอกอย่างนักการเมืองเข้ามาหาประโยชน์ ขณะที่คนในก็อยู่ไปวันๆ แบบซังกะตาย แต่เงินเดือนไม่เคยลดลง มีเงินเกษียณใช้จนวันตาย
การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นตัวอย่างของรัฐวิสาหกิจที่ล้มเหลวการบริหารจัดการ มากที่สุด ทั้งๆ ที่ตัวเองมีทรัพย์สินมหาศาลอยู่ในครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน รางรถไฟ หรือหัวรถจักร แต่ไม่สามารถจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้
แต่หากใครคิดจะเข้ามาเปลี่ยนแปลง ปฏิรูปแดนสนธยาแห่งนี้ สหภาพแรงงานฯก็จะเอาประชาชนเป็นตัวประกัน โดยการนัดหยุดงานประท้วง ภายใต้ผ้ายันต์ผืนเดิมว่า "ต่อต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ" สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านหลายแสนคน ภายใต้คำพูดสวยหรูว่า
"รู้สึกเจ็บปวดที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนแต่ก็ต้องทำ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน"
ถามจริงๆ เถอะ ผลประโยชน์ของประชาชน 60 ล้านคน หรือผลประโยชน์ของคนเพียง 13,000 คน กันแน่ รถไฟอินเดียหรือรถไฟเวียดนาม ที่เป็นของรัฐบาลกำลังวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงจากฝีมือการบริหารอย่าง มืออาชีพ พลิกจากขาดทุนมาเป็นกำไรได้สำเร็จ
ขณะที่รถไฟไทยเป็นรัฐวิสาหกิจและถือเป็นของคนทั้งประเทศ แต่คนในองค์กรทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของเสียเอง คนนอกห้ามแตะ เป็นเสือนอนกิน กัดแทะผลประโยชน์ของประเทศชาติ บริหารจนขาดทุนหลายหมื่นล้าน แถมยังจะมาเบียดบังภาษีของชาวบ้านเอาไปโปะอีกต่างหาก
ที่มา www.matichon.co.th
หิ่งห้อย
leesan
หนูเล็ก
แจ้งลบหัวข้อ
