โครงการฟื้นฟูชายหาดหน้าทอน
ข้อกำหนดการจ้างที่ปรึกษา โครงการศึกษาการฟื้นฟูฯ ชายหาดหน้าทอน
ข้อกำหนดการจ้างที่ปรึกษา
โครงการศึกษาการฟื้นฟูชายหาดและปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์เพื่อกิจกรรมชุมชน และการท่องเที่ยวหาดหน้าทอน เกาะสมุย
1. หลักการและเหตุผล
หน้าทอน ตำบลอ่างทอง เป็นชุมชนชาวเกาะสมุยที่ใหญ่ที่สุดมาตั้งแต่อดีต เป็นชุมชนหลัก ที่ตั้งศูนย์ราชการ การเงิน และรัฐวิสาหกิจ มีชายหาดและท่าเรือที่เป็นประตูเข้าและออกเกาะสมุยทางทะเล และยังเป็นชุมชนที่มีวิถีชีวิตชาวเกาะมาจนถึงปัจจุบัน หน้าทอนจึงเป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เกาะสมุยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน
ปัจจุบัน เนื่องจากเกาะสมุยมีการเติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีการเกิดขึ้นของอาคารและสิ่งก่อสร้างจำนวนมากเพื่อตอบสนองความต้องการ ความสะดวก เช่น ถนน สะพานท่าเทียบเรือ อาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วล้วนคำนึงเฉพาะประโยชน์ใช้สอยทำให้บางครั้งสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ขาดความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมและทำลายลักษณะความงามทางภูมิทัศน์ของเกาะสมุย และไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน ซึ่งหากละเลยการพัฒนาทางด้านภูมิทัศน์ให้มีความสอดคล้องกับชุมชนแล้วนั้นในที่สุดจะส่งผลให้เมืองมีปัญหาซึ่งไม่แตกต่างจากเมืองใหญ่ทั่วไป ทำให้เกิดความสูญเสียเอกลักษณ์และความงามของเกาะสมุยที่ดำรงมาอย่างยาวนาน หน้าทอนซึ่งเป็นชุมชนหลักของเกาะสมุยตั้งอยู่ริมทะเลซึ่งมีภูมินิเวศน์ที่เหมาะสมที่จะเป็นเมืองน่าอยู่และเมืองน่าเที่ยวเป็นชุมชนที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาเกาะสมุยตลอดมา
เทศบาลตำบลเกาะสมุย ได้เห็นความสำคัญของการจัดทำแนวทางในการพัฒนาและอนุรักษ์พื้นที่ชุมชนหลักของเกาะสมุยและเห็นว่าการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมทะเลชุมชนหน้าทอนจะเป็นการวางแผนรับการเปลี่ยนแปลงที่มีผลทั้งจากสภาพแวดล้อมภายนอก และภายในชุมชน เพื่อส่งเสริมพื้นที่จุดเด่นของเมือง รวมทั้งจะเป็นแนวทางในการรักษาพื้นที่ชุมชนดั้งเดิมให้คงอยู่ได้ตลอดไป
ในการดำเนินการครั้งนี้ เทศบาลตำบลเกาะสมุยเห็นว่า ยุทธศาสตร์ที่จะนำโครงการสู่ความสำเร็จได้คือการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และประชาชนชาวเกาะสมุย ดังนั้น การมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายจึงเป็นแนวทางหลักในการดำเนินงาน และเทศบาลตำบลเกาะสมุย ควรดำเนินการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทางสถาปัตยกรรม วิศวกรรมและสาขาอื่นๆ เพื่อจัดทำแผนแม่บทการฟื้นฟูชายหาดและปรับปรุงภูมิทัศน์หาดหน้าทอนให้มีภูมิทัศน์ของเมืองเป็นไปอย่างเหมาะสม โดยมุ่งให้เกิดความร่วมมือระหว่างเทศบาลตำบลเกาะสมุยและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงและพัฒนาภูมิทัศน์ วัฒนธรรมของเมืองและชุมชนได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และการอนุรักษ์ เอกลักษณ์ ศิลปะ และสถาปัตยกรรมของชุมชน ต่อไป
2. วัตถุประสงค์
2.1 สำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นปัจจุบันของชายฝั่งทะเลและพื้นท้องทะเล บริเวณหาดหน้าทอนและพื้นที่ใกล้เคียง
2.2 เสนอศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่ชายหาดหน้าทอนเพื่อให้เป็นประตู (Gateway) สู่เกาะสมุยที่มีความสวยงามและน่าประทับใจ และจัดทำแนวความคิดในการฟื้นฟูและปรับปรุงชายหาดหน้าทอน
2.3 จัดทำแผนแม่บทการฟื้นฟูและปรับปรุงชายหาดน้าทอนเพื่อกิจกรรมชุมชนและการท่องเที่ยว
3. เป้าหมาย
พื้นที่ชายหาดหน้าทอนได้รับการฟื้นฟูชายหาดและปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์เพื่อรองรับกิจกรรมชุมชนและการท่องเที่ยว โดยพิจารณาถึงความต้องการและข้อคิดเห็นของชุมชนและงบประมาณที่เหมาะสมของเทศบาล
4.พื้นที่ศึกษา
พื้นที่ศึกษาอยู่ในเขตเทศบาลตำบลเกาะสมุยครอบคลุมพื้นที่ชายหาด พื้นที่ริมทะเลที่เป็นถนนเลียบหาดและทางเดินเท้า ตั้งแต่ช่วงคลองลิปะใหญ่จนถึงคลองจระเข้ ตำบลอ่างทอง รวมถึงสวนป่าอรุณกิจโกศล และพื้นที่ข้างเคียงหากมีผลกระทบ
5. ขอบเขตการศึกษา
5.1 สำรวจสภาพภูมิประเทศริมชายทะเล ความลึกท้องน้ำและสภาพพื้นท้องทะเล ความเหมาะสมทางด้านธรณีฐานราก สำรวจโครงสร้างต่างๆที่มีอยู่ในพื้นที่โครงการ สำรวจสภาพการใช้งานของชายฝั่งในพื้นที่โครงการ รวมทั้งการสำรวจภาคสนามอื่นๆ ที่จำเป็นต่อโครงการ
5.2 รวบรวมและตรวจสอบข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการฟื้นฟูชายหาดและปรับปรุงภูมิทัศน์ อันได้แก่ข้อมูลสภาพทางอุตุนิยมวิทยาทางทะเล ธรณีวิทยาทางทะเล สมุทรศาสตร์ อุทกศาสตร์ วิศวกรรมชายฝั่ง เช่น ข้อมูลลม ข้อมูลคลื่น ข้อมูลกระแสน้ำ ข้อมูลคุณภาพน้ำ ข้อมูลระดับน้ำ แหล่งวัสดุทางธรณีวิทยาและอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาโครงการ
5.3 ศึกษาและสำรวจข้อมูลทางด้านภูมิทัศน์ที่จำเป็นต้องใช้ประกอบในการวางแนวความคิดในการวางผังพื้นที่หาดหน้าทอน เช่น การใช้งานพื้นที่ การจราจร การเข้าถึงและการสัญจร มุมมอง กิจกรรมของชุมชนและกิจกรรมการท่องเที่ยว พืชพันธุ์ สิ่งประกอบบริเวณ และงานระบบวิศวกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง
5.4 ศึกษาและสำรวจสภาพเศรษฐกิจชุมชนและคุณภาพชีวิตของประชากร สำรวจความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนในชุมชนที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เพื่อกำหนดวิธีการและขั้นตอนการมีส่วนร่วมภาคประชาชน ในการจัดทำแนวการฟื้นฟูชายหาดและปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์หาดหน้าทอน
5.5 วิเคราะห์ข้อมูลด้านต่างๆ เพื่อจัดทำแผนแม่บท (Development Master Plan) แนวทางฟื้นฟูชายหาดและปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ออกเป็นโครงการย่อยแต่ละโครงการ พร้อมทั้งร่างแผนปฏิบัติการออกเป็นระยะๆ ตามความเหมาะสมของระยะเวลาและงบประมาณของเทศบาล
5.6 เสนอแนวความคิดพร้อมจัดทำแบบร่างของโครงการย่อย ที่รวมถึงประมาณการค่าก่อสร้างเบื้องต้น ค่าบำรุงรักษาในเบื้องต้น รูปแบบการใช้งาน และแนวทางในการบริหารพื้นที่ ผลกระทบด้านต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้จะต้องพิจารณาถึงความต้องการและข้อคิดเห็นของชุมชนเป็นหลัก
5.7 การดำเนินการด้านการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
ที่ปรึกษาจะต้องจัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ให้ประชาชนในชุมชนหน้าทอนทราบรายละเอียดของโครงการและผลกระทบด้านต่างๆ ของโครงการที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการและดำเนินการจัดประชุมหรือสัมมนา เพื่อเผยแพร่ข้อมูลโครงการและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อโครงการ แล้วนำมาแก้ไขปรับปรุงรายงานให้สอดคล้องกับผลที่ได้รับโดยมีรายละเอียดขอบเขตงาตามที่กำหนดดังนี้
5.7.1 จัดให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการตั้งแต่เริ่มแรกและในระหว่างการดำเนินการศึกษาเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนในท้องถิ่น องค์กร เอกชนผู้มีส่วนได้เสีย และประชาชนทั่วไปที่สนใจในโครงการ ได้มีโอกาสร่วมรับทราบและแสดงความคิดเห็นทั้งนี้ที่ปรึกษาจะต้องรวบรวมสรุปข้อคิดเห็นต่างๆ มาใช้ประกอบการตัดสินใจในแต่ละขั้นตอนการศึกษา เพื่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อชุมชนน้อยที่สุดโดยต้องจัดให้มีสัมมนาการมีส่วนร่วมประชาชนอย่างน้อย 1 ครั้ง
5.7.2 กำหนดรูปแบบการใช้สื่อต่างๆ และขอบเขตเนื้อหาที่จะนำเสนอ พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลสู่ประชาชนและรับฟังความคิดเห็น โดยสื่อที่ใช้ต้องมีความเหมาะสม เข้าใจง่ายและเข้าถึงแต่ละกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน
5.7.3 รวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ของประชาชนและคณะกรรมการกำกับการจ้างการศึกษา โดยสรุปเป็นประเด็นพร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการพิจารณา ในแต่ละประเด็นและแสดงรายละเอียดของการนำประเด็นต่างๆ ไปใช้ในกิจกรรมใดของการศึกษาของโครงการในการประชุมหรือสัมมนาทุกครั้ง
5.8 การจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของแต่ละโครงการที่เสนอ โดยคำนึงถึงความต้องการและข้อคิดเห็นของชุมชน ผลกระทบที่เกิดขึ้น ประโยชน์การใช้งานและกรอบความสามารถของงบประมาณในแต่ละปี รวมทั้งจัดทำข้อกำหนดสำหรับงานออกแบบรายละเอียดเพื่อการก่อสร้างในระยะต่อไป
6. ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาการศึกษาและออกแบบรวมทั้งสิ้น 270 วัน ( ถึงวันที่ 8 มีนาคม 2550)
7. การจ้างผู้ทำการศึกษา
การว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อทำการศึกษา กระทำโดยวิธีตกลง
8.คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ยื่นข้อเสนอเป็นผู้รับจ้าง (ที่ปรึกษา) ผู้ที่มีสิทธิ์ยื่นข้อเสนอเป็นผู้รับจ้าง (ที่ปรึกษา) ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
8.1 เป็นส่วนราชการ สถาบันศึกษา รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานในกำกับของรัฐ หน่วยงานว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
8.2 ต้องมีคณะบุคลากรที่มีความสามารถและความเชี่ยวชาญในการสำรวจศึกษา วิจัย ให้คำปรึกษาและมีประสบการณ์การทำงานด้านอุตุนิยมวิทยาทางทะเล ธรณีวิทยาทางทะเล สมุทรศาสตร์ วิศวกรรมชายฝั่ง และภูมิสถาปัตยกรรม โดยจะต้องมี
8.2.1 บุคลากรหรือคณะบุคลากรหลักที่รับผิดชอบโครงการ อย่างน้อย 1 คน เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาเอก ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องและมีประสบการณ์การทำงานด้านธรณีวิทยาทางทะเล หรือสมุทรศาสตร์ หรือวิศวกรรมชายฝั่ง หรือภูมิสถาปัตยกรรม มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 15 ปีและต้องเป็นเจ้าหน้าที่ประจำของหน่วยงานของผู้เสนองานตามข้อ 8.1 หรือ 8.2 มีผลงานเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางที่ได้รับการพิมพ์เผยแพร่ในระดับชาติหรือระดับนานาชาติไม่น้อยกว่า 5 เรื่องและมีงานวิจัยทางด้านชายฝั่งทะเลอย่างน้อย 1งานภายในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา 8.2.2 บุคลากรหรือคณะบุคลากรทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมในโครงการมีอย่างน้อย 5 คน และต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาโทและมีความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ อย่างน้อย 1 คน ดังนี้
8.2.2.1 ด้านธรณีวิทยาทางทะเล 8.2.2.2 ด้านสมุทรศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ทางทะเลหรืออุตุนิยมวิทยาทางทะเล 8.2.2.3 ด้านวิศวกรรมชายฝั่ง 8.2.2.4 ด้านภูมิสถาปัตยกรรม 8.2.2.5 ด้านเศรษฐกิจ-สังคม
8.2.3 ผู้ประสานงานโครงการอย่างน้อย 1 คน ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 3 ปี
8.3 ผู้ให้บริการต้องไม่เป็นผู้ถูกแจ้งเวียนชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ หรือยังติดค้างการส่งมอบงานที่เกินกำหนดกับทางราชการ
9. การยื่นข้อเสนอของผู้รับจ้าง
ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นที่ปรึกษาจะต้องยื่นเอกสารแสดงคุณสมบัติ จำนวน 5 ชุด โดยเป็นต้นฉบับ 1 ชุด และสำเนา 4 ชุด โดยมีรายการเอกสารที่ต้องยื่นเสนอต่อผู้ว่าจ้างดังนี้
9.1 เอกสารแสดงคุณสมบัติและข้อเสนอด้านเทคนิคประกอบด้วย
9.1.1 บัญชีแสดงบุคลากรและคณะบุคลากรทางวิชาการ ตามข้อ 8.1 และ 8.2 พร้อมประวัติการศึกษา ประวัติการทำงานและเอกสารประกอบอื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
9.1.2 ขั้นตอนการศึกษาและแผนการดำเนินงานศึกษาตามที่กำหนดไว้ในข้อ 5 พร้อมทั้งแผนปฏิบัติงาน แผนการใช้บุคลากร ตามขั้นตอนต่างๆ ที่เสนอสำหรับงานที่จะดำเนินการ ตลอดจนแผนการส่งมอบงานโดยละเอียด
9.2 ข้อเสนอด้านราคา ให้ยื่นข้อเสนอราคาโดยแยกรายละเอียดการเสนอราคาตามหมวดงานต่างๆ ประกอบด้วย
9.2.1 ค่าจ้างบุคลากรหลัก
9.2.2 ค่าจ้างบุคลากรสนับสนุน
9.2.3 ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติงานตามโครงการ เช่น ค่าพาหนะเดิน ค่าเบี้ยเลี้ยงและที่พัก ค่าธรรมเนียมการสื่อสาร ค่าจัดทำรายงานฉบับต่างๆ ค่าจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นชุมชน ค่าเช่ารถ ตลอดจนค่าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ค่าสินค้าบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ค่าจ้างเหมาและสำรวจในสนาม
9.2.4 ค่าภาษีประกอบด้วยภาษีมูลค่าเพิ่มและอากร
9.2.5 ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
10. การส่งมอบงาน
10.1 รายงานกรอบการศึกษาวิจัยขั้นต้น (Inception Report) เสนอต่อผู้ว่าจ้างในระยะเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มดำเนินการที่ระบุในสัญญาจ้าง จำนวน 5 เล่ม โดยจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย ซึ่งประกอบด้วย
- การรวบรวมข้อมูลและการประเมินข้อมูลเบื้องต้น
- ขั้นตอน วิธีการ และระยะเวลาในการดำเนินการศึกษาวิจัย
- แผนการดำเนินการศึกษาอย่างละเอียด
- รายชื่อคณะทำงาน บุคลากรหลัก คุณสมบัติ หน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งมีผู้มีรายชื่อต้องร่วมดำเนินการจนเสร็จสิ้นโครงการ หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง
10.2 รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 เสนอต่อผู้ว่าจ้างในระยะเวลา 120 วัน นับจากวันเริ่มดำเนินการที่ระบุในสัญญาจ้างโดยจัดพิมพ์เป็นภาษาไทยจำนวน 5 ชุด ประกอบด้วยรายงานการศึกษาที่จะต้องมีเนื้อหาครอบคลุมขอบเขตการศึกษา หัวข้อ 5.1 ถึง 5.7
10.3 ร่างรายงานฉบับสมบูรณ์หรือรายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2
ประกอบด้วยรายงานการศึกษาซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมหัวข้อ 5.1 ถึง 5.9 ทั้งหมดพร้อมทั้งข้อมูลการศึกษาเพิ่มเติมตามข้อเสนอแนะที่คณะกรรมการตรวจสอบงานและข้อคิดเห็นของชุมชน ในหัวข้อ 5.6 โดยจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย จำนวน 5 เล่ม ส่งภายใน 200 วันนับจากวันเริ่มดำเนินการที่ระบุในสัญญาจ้าง
10.5 รายงานฉบับสมบูรณ์เสนอต่อผู้ว่าจ้างภายใน 270 วัน นับจากวันเริ่มต้นดำเนินการที่ระบุในสัญญาจ้าง ประกอบด้วยรายงานผลการศึกษาทั้งหมดที่ระบุไว้ในขอบเขตการศึกษาวิจัยหัวข้อ 5 ข้อเสนอแนะจากการประชุมการมีส่วนร่วมภาคประชาชน และส่วนที่มีการแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติมตามความคิดเห็นของคณะกรรมกาตรวจสอบงาน รายงานฉบับสมบูรณ์พร้อมสรุปสำหรับผู้บริหาร จำนวน 10 ชุด พร้อมแผ่น CD จำนวน 5 ชุด
11. การจ่ายเงินค่าจ้าง
ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้าง เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบงานได้ยอมรับผลงานตามขั้นตอน ต่างๆที่ผู้รับจ้างได้ปฏิบัติครบถ้วนตามรายละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา โดยแบ่งออกเป็น 6 งวดดังนี้
งวดที่ 1 กำหนดจ่ายค่าจ้างร้อยละ 10 ของเงินค่าจ้างศึกษาทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างมีหนังสือแจ้เริ่มเริ่มปฏิบัติงานทันที ภายหลังจากวันที่สัญญามีผลบังคับใช้
งวดที่ 2 กำหนดจ่ายค่าจ้างร้อยละ 20 ของเงินค่าจ้างศึกษาทั้งหมด เมื่อผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับ รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 ตามข้อที่ 10.1 ภายใน 30 วันนับจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
งวดที่ 3 กำหนดจ่ายค่าจ้างร้อยละ 25 ของเงินค่าจ้างศึกษาทั้งหมด เมื่อผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับ รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 ตามข้อที่ 10.2 ภายใน 120 วันนับจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
งวดที่ 4 กำหนดจ่ายค่าจ้างร้อยละ 25 ของเงินค่าจ้างศึกษาทั้งหมด เมื่อผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับ รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 ตามข้อที่ 10.3 ภายใน 200 วันนับจากวันลงนามใน สัญญาจ้าง
งวดที่ 5 กำหนดจ่ายค่าจ้างร้อยละ 20 ของเงินค่าจ้างศึกษาทั้งหมด เมื่อผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับ รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 ตามข้อที่ 10.4ภายใน 270 วันนับจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
12. การสงวนสิทธิ์
12.1 ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ในการส่งคณะกรรมการตรวจสอบงาน หรือกรรมการอื่นๆ ซึ่งโครงการแต่งตั้งขึ้น เพื่อติดตาม ตรวจสอบ และให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้งานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และสงวนสิทธิ์ในการส่งเจ้าหน้าที่โครงการ เพื่อจัดเก็บข้อมูล และ/หรือสุ่มเก็บตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง
12.2 รายงานผลการดำเนินงาน แผนที่ต่างๆ ข้อมูลที่เกิดจากการปฏิบัติงานในโครงการและรายงานฉบับสมบูรณ์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง
12.3 บุคลากรหรือคณะบุคลากรตามข้อ 8.2.1 และ 8.2.2 จะต้องร่วมปฏิบัติงานในโครงการนี้ตามแผนการปฏิบัติงานในโครงการนี้ตามแผนการปฏิบัติและแผนการใช้บุคลากรที่จะนำมาปฏิบัติงานแทนต้องไม่ด้อยกว่าบุคลากรเดิมและจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง
Relate topics
- ปรับภูมิทัศน์หน้ืาทอนคืบ สภาผ่านงบดำเนินงานส่วนแรก
- ปรับภูิมิทัศน์หน้าทอน : เลือก Coco Port เป็นแนวทางในการออกแบบ / Nathon Seafront development project is one the way.
- 7 ก.พ. 55 เิชิญร่วมแสดงความเห็นโครงการชายทะเลหน้าทอน
- ประชุมแผนปรับภูมิทัศน์หน้าทอน : เสนอ 4 แนวทางต้นแบบ
- ประชุม ปรับปรุงภูมิทัศน์หน้าทอน 26ธ.ค. 54

แจ้งลบหัวข้อ



