ข่าวเอ็นซีที
ประชุมโครงการฟื้นฟูชายหาดหน้าทอน
เอ็นซีที - 8 มีนาคม 2550 : วานนี้สถาบันวิจัยทรัพยากรน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดประชุมแผนฟื้นฟูชายหาดหน้าทอน ย้ำแผนแม่บทจะเป็นจริงได้ ผู้บริหารจะต้องให้ความสำคัญ เอาจริงเอาจัง และชุมชนต้องเข็มแข็งคอยตรวจสอบให้โครการและกิจกรรมต่างๆอยู่ในแผนแม่บท หากทำได้ตามแผนจะเป็นตัวอย่างสำหรับชุมชนริมทะเลอื่นๆทั่วประเทศ
วันที่ 7 มีนาคม 2550 เวลาประมาณ 13.30 น. ห้องประชุมโรงแรมแกรนด์ซีวิว หน้าทอน สถาบันวิจัยทรัพยากรน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประชาคมตำบลอ่างทอง และ เทศบาลตำบลเกาะสมุย ได้จัดการประชุมเพื่อส่งร่างรายงานขั้นสุดท้ายโครงการศึกษาฟื้นฟูชายหาดและปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์เพื่อกิจกรรมชุมชนและการท่องเที่ยวหาดหน้าทอน โดยมีปลัดเทศบาลตำบลเกาะสมุย และเจ้าหน้าที่จากกองช่าง ตัวแทนชุมชน ตัวแทนจากศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวเกาะสมุย โรงเรียน และหน่วยงานอื่นๆเข้าร่วมประชุม
ร่างขั้นสุดท้าย ได้ปรับลดขนาดลงเพื่อให้เหมาะสมกับวงเงินงบประมาณ โดยมีแนวคิดที่สำคัญ คือ โครงสร้างที่ยื่นลงไปในทะเลจะเป็นทางเท้าและพื้นที่พักผ่อน แนวถนนเลียบชายทะเล (โซนที่ 2) จะมีความกว้าง 7 เมตรตลอดสาย โดยใช้แนวถนนเดิมเป็นหลัก ทั้งนี้เพื่อต้องการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างชุมชนและทะเล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาโครงการนี้ โดยเสนอให้เส้นทางการจราจรยังเป็นวิ่งทางเดียวเหมือนในปัจจุบัน เน้นพื้นที่เปิดโล่งเพื่อให้ใช้ประโยชน์ที่หลากหลาย เอื้อให้เกิดการซ้อนทับของกิจกรรมมากกว่าการสร้างอาคาร ส่วนการใช้พื้นที่ของผู้ใช้กลุ่มต่างๆ ต้องมีการจัดการที่ดี พื้นที่จอดรถได้ปรับปรุงใหม่ แต่ย้ำว่าพื้นที่ริมทะเลซึ่งเหมาะแก่การพักผ่อน ไม่ควรให้มีรถจอดมากเกินไป เสนอให้เทศบาลประสานกับเอกชนที่มีพื้นที่ว่าง เพื่อส่งเสริมให้เกิดที่จอดรถเอกชน
สำหรับพิพิธภัณฑ์และจุดหมายตา (landmark) ซึ่งอยู่ในพื้นที่โซนที่ 2 บริเวณ ท่าเทียบเรือเก่า ทางคณะศึกษาได้เสนอให้มีการจัดประกวดแบบ ด้วยศักยภาพของพื้นที่ หากได้รับการออกแบบที่เหมาะสมจะทำให้อาคารพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารที่โดดเด่น คาดว่าน่าจะได้รับความสนใจจากสถาปนิกทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมประกวด
ส่วนการฟื้นฟูชายหาดจะมีโครงสร้างเพื่อดักทราย (โซนที่ 2) ซึ่งในเบื้องต้นอาจจะต้องมีการเติมทรายบางส่วน เพื่อลดการรบกวนพื้นที่ข้างเคียง จากการเก็บข้อมูลทางสมุทรศาสตร์ เชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงน้อย ส่วนพื้นที่อื่นๆ เช่น ชายหาดบางมะขาม ที่มีปัญหาการกัดเซาะ อาจจะต้องเสนอเป็นโครงการแยกต่างหาก
สำหรับพื้นที่อื่นๆ เช่น สวนป่าวัดนอก (โซนที่ 1) จะเน้นรักษาสภาพเดิมไว้ให้มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ในปัจจุบันที่เป็นเขตสงฆ์ ต้องการความสงบ และการรักษาพื้นที่ไว้จะเป็นจุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ในอีดตพื้นที่บริเวณหน้าทอนก่อนที่จะพัฒนาเป็นเมืองมีสภาพอย่างไร รวมถึงเสนอให้มีการสร้างทางเดินเพื่อศึกษาธรรมชาติบริเวณป่าโกงกางริมคลองลิปะใหญ่
พื้นที่บริเวณตั้งแต่สะพานแห่งที่ 3 ถึงแพปลาสุดารัตน์ (โซนที่ 4) ถนนมีความกว้างประมาณ 12 เมตร มีเกาะกลาง จัดการจราจรใหม่ให้รถวิ่งสวนกันได้ ทั้งนี้จะทำให้รถไม่จำเป็นต้องผ่านเส้นชายทะเล และในอนาคตหากมีถนนเลี่ยงเมืองสายบางมะขาม - ลิปะน้อย ก็จะช่วยระบายการจราจรได้สะดวกยิ่งขึ้น
จากนั้นได้เปิดให้ผู้ร่วมประชุมซักถาม โดยประเด็นสำคัญเช่น จะให้ผู้ค้าตลาดโต้รุ่งไปขายตรงไหน คณะศีกษาได้ชี้แจงว่า ขายตรงไหนก็ได้ ถ้ามีเงื่อนไขในการดูแลรักษาพื้นที่ที่ดีพอ แต่เหตุที่ปัจจุบันต้องไปขายอยู่ในลานจอดรถก็เพราะว่า เราไม่มีการดูแลที่ดีพอ ทำให้สกปรก เกิดกลิ่น กลายเป็นกิจกรรมที่ต้องการพื้นที่เอกเทศไป ทั้งที่กิจกรรมนี้สามารถวางซ้อนทับในพื้นที่อื่นๆได้
ลานจอดรถมีน้อยเกินไปหรือไม่ ผู้ศึกษาให้ความเห็นว่า พื้นที่จอดรถได้จัดเตรียมไว้ แต่จะให้เพียงพอสำหรับรถทุกคันคงเป็นไปไม่ได้ แนวคิดที่สำคัญคือ พื้นที่ริมทะเลควรจัดไว้เพื่อทำกิจกรรมอย่างอื่นมากกว่าจัดไว้ให้จอดรถ ถ้ามีพื้นที่จอดรถมากเกินไปก็จะลดทอนคุณค่าของเมืองลง เสนอให้เทศบาลประสานงานกับเอกชนเพื่อสร้างแรงจูงใจในการจัดทำที่จอดรถ
ประเด็นเรื่อง การที่เทศบาลจะให้เรือขนส่งสินค้าเข้าจอดที่ท่าเรือแห่งที่ 2 และปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจร คณะศึกษาเห็นว่า หัวใจสำคัญของโครงการคือ ความเชื่อมโยงระหว่างชุมชนและพื้นที่ริมทะเล และสร้างบรรยากาศของการเป็นเมืองพักผ่อนและท่องเที่ยว กิจกรรมใดๆที่ไม่ส่งเสริมให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ก็ไม่ควรได้รับการสนับสนุน
ปิดประชุมเวลาประมาณ 16.00 น.
เสียดายไม่ไปฟัง

แจ้งลบหัวข้อ



